เมื่อเวลา18.00 น.วันที่ 28ก.พ.)ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง(บก.ทล.)พ.ต.อ.สมเดชตั้งจิตนุสรณ์ รอง ผบก.ทล.พร้อมด้วยพ.ต.อ.ไผ่พนาเพ็ชรเย็น ผกก.4บก.ทล.พ.ต.ท.วีรชัยวิชัยธนพัฒน์ รอง ผกก.4บก.ทล.พ.ต.ท.อานันท์วิชเศรษฐสมิต สว.ส.ทล2กก.4บก.ทล.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจส.ทล.2กก.4บก.ทล.(ตำรวจทางหลวงขอนแก่น) แถลงจับกุมนายพงษ์ดนัยเพ็ชรคุ้ม อายุ 25ปี และนายณัฐปคัลภ์เสนชู อายุ 22ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งหนัก490 กิโลกรัมมูลค่า 9,800,000บาท โทรศัพท์มือถือ1 เครื่องรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์หมายเลขทะเบียน ถจ-9793กทม.
พ.ต.อ.สมเดชเปิดเผยว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่กทม.โดยใช้ถนนมิตรภาพทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2กก.4บก.ทล.จึงนำกำลังไปตั้งจุดตรวจสกัดที่บริเวณถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพ ระหว่างกม.378-379ต.สะอาดอ.น้ำพองจ.ขอนแก่นจนกระทั่งเมื่อเวลา 06.00น.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าพบรถกระบะคันดังกล่าวขับผ่านเข้ามาโดยมีนายพงษ์ดนัย เป็นผู้ขับและนายณัฐปคัลย์ นั่งมาด้วย จึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นผลปรากฏว่า พบของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งจำนวน490 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในรถด้านจึงยึดไว้เป็นของกลางก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำ
จากการสอบสวนนายพงษ์ดนัยให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ทำงานในสนามบินสุวรรณภมูิอยู่ในลานจอดสนามบิน แต่ได้ออกมาแล้วทำอาชีพขายของมือสองอยู่ย่านคลองถมและเพิ่งได้รับการว่าจากนายดาไม่ทราบนามสกุลที่เพิ่งรู้จักกันให้นำรถไปขนสินค้าจำพวกอุปกรณ์เครื่องมือช่างที่จ.หนองคายเพื่อนำมาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยจะได้รับค่าจ้าง 20,000บาท ตนจึงชวนนายณัฐปคัลภ์นั่งไปเป็นเพื่อนด้วยโดยนายดาให้ตนขับรถไปจอดไว้ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวจ.หนองคาย
หลังจากนั้นให้ตนทั้ง2คนไปนอนพักยังรีสอร์ทใกล้เคียงจากนั้นเวลาประมาณ 03.00น.ก็นำรถมาส่งที่รีสอร์ทจากนั้นตนก็ขับรถออกมาเพื่อมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็มาถูกจับกุมที่ด่านตรวจเสียก่อนซึ่งหากทราบว่าเป็นกัญชาตนคงไม่รับจ้างขนแน่นอน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.เพื่อสอบสวนขยายผลก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2014-03-01 23:52:11
เวลาโพส2014-03-01 23:52:11









0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น