เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยุบพรรคเพื่อไทยตามมาตรา 68 ปมแบ่งแยกดินแดน ว่า ทางพรรคได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และใส่ร้ายนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดังนั้นถ้ามีการร้องต่อศาลจริง ทางพรรคก็จะร้องกลับฐานยื่นร้องเท็จ ยืนยันว่านายจารุพงศ์ ไม่ได้กระทำความผิดตามมาตรา 68 สิ่งที่นายวิรัตน์ทำเป็นเกมการเมือง หวังลดความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคจะยื่นร้องไปยัง กกต.ฐานทำให้เสียคะแนนเลือกตั้งด้วย เพราะขณะนี้ พ.ร.ฎ.ยุบสภา ยังมีผลบังคับใช้อยู่
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ออกมาตอบโต้ประเด็นเงิน 500 ล้านแลกกับการยุบเวทีเหลือสวนลุมพินีแห่งเดียวนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ในคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มนักธุรกิจประมาณ 50 คน ได้มีการประชุม และดื่มน้ำชากันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสีลม เพื่อให้นายสุเทพ ทบทวนผลกระทบจากการชุมนุม โดยครั้งแรกมีการเสนอตัวเลขเงิน 200 ล้านบาท แต่นายสุเทพขอเวลาคิด 1 คืน โดยอ้างว่าการชุมนุมนั้นมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และต้องชุมนุมถึงเดือน เม.ย. ต่อมาจึงมีการเสนอตัวเลขใหม่คือ 500 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องถามนายสุเทพว่าจริงหรือไม่ นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการตั้งคำถาม
“อยากให้กลุ่มคนที่สนับสนุนกลุ่ม กปปส.ได้ทบทวน เพราะแม้แต่พระพุทธะอิสระ และนายนิติธร ล้ำเหลือ ก็ไม่เห็นด้วยกับการย้ายสถานที่ชุมนุม และที่อ้างว่าจะคืนพื้นที่ให้คน กทม.นั้นทำไมถึงมาคิดได้ตอนนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการชุมนุนมนานกว่า 4 เดือน นายสุเทพต้องตอบให้ชัด ไม่ใช่มาบอกว่าพวกผมปั้นเรื่องขึ้นมา"นายพร้อมพงศ์ กล่าว
ส่วนประเด็นการแบ่งแยกประเทศนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า คนเสื้อแดงได้ปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้แบ่งแยก เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าแบ่งแยกไม่ได้ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ก็ไม่ได้มีความกังวลใจต่อเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามก็ตามการที่กองทัพระบุว่ามีหลักฐานสามารถเอาผิดได้นั้น ก็สามารถเอาผิดได้หากมีหลักฐานจริง แต่อย่าสองมาตรฐาน และควรตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่าพรรคจะทำอย่างไรให้การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่กระทบหรือสร้างความเสียหายต่อพรรค นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน ส่วน นปช.เป็นกลุ่มมวลชนที่สนับสนุน ซึ่งก็เหมือนกับ กปปส.ที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ แต่มวลชนก็คือมวลชน เราจะไปสั่งมวลชน หรือแกนนำมวลชนได้อย่างไรอย่างไรก็ตามวันที่ 4 มี.ค.นี้ ทางพรรคได้เรียกประชุม ส.ส.เพื่อหารือถึงประเด็นทางการเมืองที่กำลังมีการบิดเบือนข้อมูล โดยจะให้ส.ส.ไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชน รวมถึงจะได้หารือกันในเรื่องการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวนาด้วย.
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2014-03-05 07:47:08
เวลาโพส2014-03-05 07:47:08









0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น