สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่1มี.ค.ว่ากลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนออกแถลงการณ์ระบุว่ากลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนกลุ่มช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมรู้สึกตกใจอย่างมากที่รัฐบาลเมียนมาร์ตัดสินใจสั่งขับสมาชิกของกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนออกนอกประเทศทั้งที่กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนได้เข้ามาทำงานในประเทศเมียนมาร์นาน20ปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคลินิกรักษาพยาบาลผู้ป่วยเอชไอวี/เอดส์ในรัฐยะไข่ รัฐชาน และ รัฐกะฉิ่นรวมไปถึงในเมืองย่างกุ้งนั้นก็ต้องปิดตัวไป ไม่สามารถให้บริการได้ทำให้คนไข้ไม่ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลซึ่งในประเทศเมียนมาร์มีผู้ป่วยที่มารับการรักษาราว30,000คน
อย่างไรก็ตามนายเย ฮุต โฆษกประธานาธิบดีเมียนมาร์ได้ออกมากล่าววิพากษ์วิจารณ์กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนผ่านทางหนังสือพิมพ์เสรีภาพเมียนมาร์ว่ากลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนได้ว่าจ้างชาวเบงกาลิสซึ่งเป็นคำที่รัฐบาลเมียนมาร์ใช้เรียกว่าชาวโรฮิงญา และยังขาดความโปร่งใสในการทำงานนอกจากนั้นแล้วเขายังกล่าวหาว่ากลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนชักนำโลกไปในทางที่ผิดเกี่ยวกับการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วทางตอนเหนือของรัฐยะไข่โดยรายงานของสหประชาชาติระบุว่ามีชาวโรฮิงญากว่า 40คนอาจถูกฆ่าตายแต่รัฐบาลเมียนมาร์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าผู้ชุมนุมชาวพุทธก่อเหตุวุ่นวายในหมู่บ้านฆ่าผู้หญิงและเด็กซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมีตำรวจ 1คนถูกฆ่าตายโดยชาวโรฮิงญาและ เหตุรุนแรงอื่นๆก็ไม่มีแต่กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนได้ช่วยรักษาพยาบาลให้ชาวโรฮิงญาที่ได้รับบาดเจ็บ22คน
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2014-03-02 00:07:08
เวลาโพส2014-03-02 00:07:08
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น