วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จับติ้วเอฟเอสุดซี๊ด "บีจี" ดวล "กิเลน"


    ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นประธานการจับสลากประกบคู่ศึกฟุตบอล “มูลนิธิ ไทยคม เอฟเอ คัพ 2014” รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ห้องประชุมรอดโพธิ์ทอง สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน เมื่อวันที่ 15 ก.ค.57 ปรากฎว่า “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี รองแชมป์เก่า ซึ่งเขี่ย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ตกรอบ 16 ทีม จะได้เปิดลีโอ สเตเดี้ยม พบกับ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูงศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 

    ขณะที่ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี เล่นในบ้านตัวเองพบกับ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มี มาโน โพลกิง อดีตกุนซือช้างศึก ที่จะกลับไปเยือนถิ่นเก่าเป็นครั้งแรก ส่วนอีก 2 คู่ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านพบ “กระทิงเหล็ก” บางกอก เอฟซี ทีมจากดิวิชั่น 1 และ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี พบกับ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ซึ่งทุกคู่จะแข่งในวันที่ 6 ส.ค. ถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ ส่วนเวลาแข่งขันทางทีมเจ้าบ้านจะกำหนดอีกครั้ง โดย “บิ๊กเปี๊ยก” กล่าวว่า เนื่องจากในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นเกมที่มีความเข้มข้น จึงมีเรื่องที่จะเตือนทีมเจ้าบ้านในเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะที่จอดรถของผู้เล่นทีมเยือน จะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลาและต้องกั้นโซนเพื่อให้นักกีฬาและทีมงานสามารถเดินทางออกจากสนามได้อย่างสะดวกเมื่อจบเกม

    ทางด้าน นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการทีมกิเลนผยอง กล่าวว่า เป็นเกมที่อึดอัดพอสมควรเพราะต้องไปเจอกับทีมที่ถูกยกเป็นเต็ง 1 แถมต้องเล่นนอกบ้านด้วย จึงไม่ใช่งานง่ายแน่นอน โดยในรอบ 8 ทีม ทุกทีมถือว่าแข็งแกร่ง เจอทีมไหนก็หนักเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เอฟเอคัพ เป็นเป้าหมายอันดับ 2 ของเมืองทอง รองจากไทยลีก ซึ่งเราจะต้องผ่านเกมนี้ให้ได้ ตนหวังว่านักเตะที่ได้รับบาดเจ็บอยู่จะสามารถกลับมาได้ทันพอดี ยกเว้นเพียง คลีตัน ซิลวา ที่ยังพักยาวเท่านั้น

     ส่วนนายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ผู้จัดการทีมบางกอกกล๊าส กล่าวว่า เอฟเอคัพ ไม่เคยง่ายสักปีโชคดีที่ได้เล่นในบ้าน ซึ่งถ้าผ่านได้โอกาสก็จะดีมากขึ้น คงไม่กดดันมากนัก บอลนัดเดียวแบบนี้สมาธิสำคัญที่สุด นอกจากนี้ต้องสู้ในเรื่องแท็คติกด้วย แต่ถ้าหากจะเป็นแชมป์ต้องไม่กลัวใคร เปิดเกมรุกแลกเพื่อเอาชนะให้ได้.

 

สำนักข่าวWiFi Phitsanulok



ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th


เวลาโพส2014-07-20 18:07:03

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น