ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครสุดๆ สำหรับอดีตพระเอกชื่อดัง สุริยา ชินพันธุ์ ที่เจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่ทั้งถูกฟ้องล้มละลาย ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถึงขั้นออกมาขายเสื้อผ้า-รองเท้ามือ 2 ประทังชีวิต ยอมรับครั้งหนึ่งเคยคิดสั้นฆ่าตัวตาย แถมตอนนี้ยังมีหลายโรครุมเร้า เจ้าตัวขอโอกาสกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง!!
“ที่ขายของมือ 2 ขายมาตั้งนานแล้วครับ เพราะว่าตอนนั้นอาจจะช่วงวิกฤตที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วอาก็ไม่ได้ทำวงดนตรี ละครก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี ก็เลยปรึกษากับแฟนไปขายรองเท้ามือ 2 ดีกว่า เสื้อผ้ามือ 2 ก็เลยทำอยู่หลายปีเหมือนกันครับ ก็ถือว่าเป็นจุดหักเหของชีวิต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ก็เปลี่ยนแปลงกันไปครับ แต่ว่าอาก็ทำทุกอย่างที่เป็นอาชีพสุจริต ถามว่าอายมั้ย อายทำไมเราทำงานสุจริต ทำมาค้าขาย เราทำมาหากินเนอะ”
“รายได้พอกับการใช้ชีวิตมั้ย ไม่พอก็ต้องพอครับ แต่ถามว่าพอเหลือเก็บมั้ย ไม่พอหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้อาก็ผ่อนบ้านอยู่ เพิ่งจะมีบ้านกับเค้า ตอนแรกลูกสาวก็มาดาวให้ ตอนหลังก็ผ่อนเองให้ลูกสาวไปดูแลคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่เค้าอยู่คนละที่กัน ตอนนี้เราก็มีแฟนคนใหม่ อยู่กันมา 22 ปีแล้วล่ะ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่ใหม่ เรื่องเงินเก็บไม่ต้องไปพูดถึง เล่นหนังเมื่อก่อนได้เรื่องละ 2,000 จักรๆ วงศ์ๆ หักภาษีไปก็เหลืออยู่ 1900 กว่าบาท ค่าน้ำมันก็ไม่มี ต้องไปถ่ายถึงสระบุรี เขาขาด ถ้ำจอมพล นิยายพื้นบ้านมันก็ลำบาก”
“ไม่มีงานในวงการครับ ถึงได้ไปขายของ คดีฟ้องล้มละลายก็มีครับตอนนั้น คือทำวงดนตรีลูกทุ่งแล้วก็เดินสาย ขายทุน ไปเจอช่วงเคอร์ฟิวบ้าง น้ำมันแพงบ้าง แล้วตอนนั้นก็พอดีมีละคร คนดูก็ไม่มาดู เราไปปิดวิกคนดูก็ไม่ออกมาดู เปลี่ยนเป็นยุคทีวี เค้าไปดูทีวีกัน เราก็ขาดทุนมาเรื่อยๆ ก็ไปกู้เงินเค้ามา หมื่นนึง ไม่พอก็ไปเอาอีก สองหมื่น สองหมื่นห้า สามหมื่น ก็จากงานสองสามหมื่นทบดอกทบต้น 2-3 ปีกลายเป็น 12-13 ล้านบาท เพื่อนๆ ก็ค่อนข้างจะมีน้อย แต่เพื่อนๆ ในกองถ่ายในวงการมีทุกคนรักทุกคน เยอะแยะครับ แต่เพื่อนจริงๆ มีไม่กี่คน ผมชอบอยู่แบบสมถะเงียบๆ คือเลิกงานกองถ่ายปั๊บจะกลับบ้าน ไม่ไปโน้นนี่นั่น ไม่ไปต่อ”
“น้องโบตั๋นลูกสาว (ภรรยาปิ๊ด บอดี้สแลม) เราเป็นพ่อเนอะ ต้องเข้าใจเค้า เค้าแต่งงานไปแล้ว เค้าก็มีครอบครัว เราก็ต้องเข้าใจว่าลูกสาวต้องไปเป็นแม่บ้าน หรือว่าต้องไปดูทัวร์คอนเสิร์ตต้องดูแลแฟนเค้า แต่บางครั้งเราอายุมากความคิดระหว่างคนรุ่นลูกกับรุ่นพ่อมันจะผิดกัน อายุมากแล้วมันคล้ายๆ ไม้ใกล้ฝั่ง โอ้ย เมื่อไหร่ลูกจะมาน้อ เมื่อไหร่จะโทรมา เจอกันเคยหอมแก้มทุกครั้ง เค้าก็บอกหนูก็ยุ่งอยู่ จะเจอก็วันเกิด ปีใหม่ สงกรานต์ ประมาณนั้น ก็ใช้โทรศัพท์เอา ช่วงนี้ก็ห่างไปนิดนึง อาจจะยุ่งงานครับ”
“เรื่่องค่าใช้จ่ายลูกสาวก็บอกจะให้ผม แต่ผมบอกว่าไม่ต้องหรอก พ่อยังดิ้นรน พ่อเป็นผู้ชาย พ่อหากินได้ ไปดูแลคุณแม่ก็แล้วกัน คุณแม่เค้าก็ต้องมีค่าเช่าแฟลต ค่ากิน แล้วตอนนี้เห็นบอกว่าคุณแม่เค้าไม่สบายเป็นความดัน เบาหวาน ตอนนี้เราเองก็ป่วย เป็นกรดไหลย้อนอันนี้มันธรรมดา เรื่องรับประทานอาหาร การพักผ่อน แต่ว่าไวรัสตับอักเสบซีอันนี้ผมก็ไม่ทราบว่ามันมายังไง ผมก็ไม่ได้ไปซุกซน ไม่ได้ไปเที่ยวไหน บุหรี่เหล้าก็เลิก ตอนนี้ก็หันหน้าเข้าวัดครับ ตอนนี้ก็ต้องตรวจเลือดเจาะเลือดทุกเดือน แต่ผมไม่เคยร้องนะครับ ก็มีครั้งนี้ที่ได้พูดให้คนทางบ้าน พี่ ป้า น้า อา ได้ฟังกัน”
“น้อยใจชีวิต คิดฆ่าตัวตาย เมื่อก่อนเคยท้อ คิดจะทำลายตัวเองเหมือนกัน หลายปีช่วงที่เคยเป็นอัมพาตร้องเพลงไม่ได้ คอเบี้ยวระบบประสาทมันเครียด คิดหนักเลยคิดจะปลิดชีวิตตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่ติดแบบนั้นแล้ว กว่าเราจะเกิดขึ้นมาได้ คุณแม่เราลำบากอุ้มท้อง อดเปรี้ยว อดหวานตั้ง 9 เดือนถึงเกิดมาเป็นคนได้”
“อยากกลับมาทำงานในวงการอีกครั้งครับ ชอบร้องเพลง ตอนนี้อยากแสดง อยากอยู่เบื้องหลัง แสดงก็อะไรก็ได้ ถ้าอายุเรามาก ก็อยู่เบื้องหลังเราชอบทำงาน ยังไม่มีคนติดต่องานมาเลยครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าผมเองก็ยังอยากจะขอเดินอยู่ในวงการถนนวงการแสดง วงการเพลงลุกทุ่ง เผื่อท่านผู้ชม เจ้าภาพอยากเรียกใช้ก็ติดต่อมาได้ครับ ก็ยินดีจะไปร้องเพลงให้ฟัง หรือว่ากองถ่ายอยากให้ผมไปช่วย จะให้เป็นพิธีกรก็ชอบ จะให้ไปเป็นดารารับเชิญก็ได้ครับ” สุริยา กล่าว
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
ผู้เข้าชม:
2,856สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยMthai ข่าวบันเทิง
เวลาโพส2015-01-29 17:12:42
สุริยา ชินพันธุ์ ตกอับคิดฆ่าตัวตาย! เร่ขายของมือ2
http://gossipstar.mthai.com/media/upload/content/2015/01/29/84040-r-1422519897992.jpg
ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครสุดๆ สำหรับอดีตพระเอกชื่อดัง สุริยา ชินพันธุ์ ที่เจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่ทั้งถูกฟ้องล้มละลาย ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถึงขั้นออกมาขายเสื้อผ้า-รองเท้ามือ 2 ประทังชีวิต ยอมรับครั้งหนึ่งเคยคิดสั้นฆ่าตัวตาย แถมตอนนี้ยังมีหลายโรครุมเร้า เจ้าตัวขอโอกาสกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง!!
“ที่ขายของมือ 2 ขายมาตั้งนานแล้วครับ เพราะว่าตอนนั้นอาจจะช่วงวิกฤตที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วอาก็ไม่ได้ทำวงดนตรี ละครก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี ก็เลยปรึกษากับแฟนไปขายรองเท้ามือ 2 ดีกว่า เสื้อผ้ามือ 2 ก็เลยทำอยู่หลายปีเหมือนกันครับ ก็ถือว่าเป็นจุดหักเหของชีวิต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ก็เปลี่ยนแปลงกันไปครับ แต่ว่าอาก็ทำทุกอย่างที่เป็นอาชีพสุจริต ถามว่าอายมั้ย อายทำไมเราทำงานสุจริต ทำมาค้าขาย เราทำมาหากินเนอะ”
“รายได้พอกับการใช้ชีวิตมั้ย ไม่พอก็ต้องพอครับ แต่ถามว่าพอเหลือเก็บมั้ย ไม่พอหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้อาก็ผ่อนบ้านอยู่ เพิ่งจะมีบ้านกับเค้า ตอนแรกลูกสาวก็มาดาวให้ ตอนหลังก็ผ่อนเองให้ลูกสาวไปดูแลคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่เค้าอยู่คนละที่กัน ตอนนี้เราก็มีแฟนคนใหม่ อยู่กันมา 22 ปีแล้วล่ะ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่ใหม่ เรื่องเงินเก็บไม่ต้องไปพูดถึง เล่นหนังเมื่อก่อนได้เรื่องละ 2,000 จักรๆ วงศ์ๆ หักภาษีไปก็เหลืออยู่ 1900 กว่าบาท ค่าน้ำมันก็ไม่มี ต้องไปถ่ายถึงสระบุรี เขาขาด ถ้ำจอมพล นิยายพื้นบ้านมันก็ลำบาก”
“ไม่มีงานในวงการครับ ถึงได้ไปขายของ คดีฟ้องล้มละลายก็มีครับตอนนั้น คือทำวงดนตรีลูกทุ่งแล้วก็เดินสาย ขายทุน ไปเจอช่วงเคอร์ฟิวบ้าง น้ำมันแพงบ้าง แล้วตอนนั้นก็พอดีมีละคร คนดูก็ไม่มาดู เราไปปิดวิกคนดูก็ไม่ออกมาดู เปลี่ยนเป็นยุคทีวี เค้าไปดูทีวีกัน เราก็ขาดทุนมาเรื่อยๆ ก็ไปกู้เงินเค้ามา หมื่นนึง ไม่พอก็ไปเอาอีก สองหมื่น สองหมื่นห้า สามหมื่น ก็จากงานสองสามหมื่นทบดอกทบต้น 2-3 ปีกลายเป็น 12-13 ล้านบาท เพื่อนๆ ก็ค่อนข้างจะมีน้อย แต่เพื่อนๆ ในกองถ่ายในวงการมีทุกคนรักทุกคน เยอะแยะครับ แต่เพื่อนจริงๆ มีไม่กี่คน ผมชอบอยู่แบบสมถะเงียบๆ คือเลิกงานกองถ่ายปั๊บจะกลับบ้าน ไม่ไปโน้นนี่นั่น ไม่ไปต่อ”
“น้องโบตั๋นลูกสาว (ภรรยาปิ๊ด บอดี้สแลม) เราเป็นพ่อเนอะ ต้องเข้าใจเค้า เค้าแต่งงานไปแล้ว เค้าก็มีครอบครัว เราก็ต้องเข้าใจว่าลูกสาวต้องไปเป็นแม่บ้าน หรือว่าต้องไปดูทัวร์คอนเสิร์ตต้องดูแลแฟนเค้า แต่บางครั้งเราอายุมากความคิดระหว่างคนรุ่นลูกกับรุ่นพ่อมันจะผิดกัน อายุมากแล้วมันคล้ายๆ ไม้ใกล้ฝั่ง โอ้ย เมื่อไหร่ลูกจะมาน้อ เมื่อไหร่จะโทรมา เจอกันเคยหอมแก้มทุกครั้ง เค้าก็บอกหนูก็ยุ่งอยู่ จะเจอก็วันเกิด ปีใหม่ สงกรานต์ ประมาณนั้น ก็ใช้โทรศัพท์เอา ช่วงนี้ก็ห่างไปนิดนึง อาจจะยุ่งงานครับ”
“เรื่่องค่าใช้จ่ายลูกสาวก็บอกจะให้ผม แต่ผมบอกว่าไม่ต้องหรอก พ่อยังดิ้นรน พ่อเป็นผู้ชาย พ่อหากินได้ ไปดูแลคุณแม่ก็แล้วกัน คุณแม่เค้าก็ต้องมีค่าเช่าแฟลต ค่ากิน แล้วตอนนี้เห็นบอกว่าคุณแม่เค้าไม่สบายเป็นความดัน เบาหวาน ตอนนี้เราเองก็ป่วย เป็นกรดไหลย้อนอันนี้มันธรรมดา เรื่องรับประทานอาหาร การพักผ่อน แต่ว่าไวรัสตับอักเสบซีอันนี้ผมก็ไม่ทราบว่ามันมายังไง ผมก็ไม่ได้ไปซุกซน ไม่ได้ไปเที่ยวไหน บุหรี่เหล้าก็เลิก ตอนนี้ก็หันหน้าเข้าวัดครับ ตอนนี้ก็ต้องตรวจเลือดเจาะเลือดทุกเดือน แต่ผมไม่เคยร้องนะครับ ก็มีครั้งนี้ที่ได้พูดให้คนทางบ้าน พี่ ป้า น้า อา ได้ฟังกัน”
“น้อยใจชีวิต คิดฆ่าตัวตาย เมื่อก่อนเคยท้อ คิดจะทำลายตัวเองเหมือนกัน หลายปีช่วงที่เคยเป็นอัมพาตร้องเพลงไม่ได้ คอเบี้ยวระบบประสาทมันเครียด คิดหนักเลยคิดจะปลิดชีวิตตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่ติดแบบนั้นแล้ว กว่าเราจะเกิดขึ้นมาได้ คุณแม่เราลำบากอุ้มท้อง อดเปรี้ยว อดหวานตั้ง 9 เดือนถึงเกิดมาเป็นคนได้”
“อยากกลับมาทำงานในวงการอีกครั้งครับ ชอบร้องเพลง ตอนนี้อยากแสดง อยากอยู่เบื้องหลัง แสดงก็อะไรก็ได้ ถ้าอายุเรามาก ก็อยู่เบื้องหลังเราชอบทำงาน ยังไม่มีคนติดต่องานมาเลยครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าผมเองก็ยังอยากจะขอเดินอยู่ในวงการถนนวงการแสดง วงการเพลงลุกทุ่ง เผื่อท่านผู้ชม เจ้าภาพอยากเรียกใช้ก็ติดต่อมาได้ครับ ก็ยินดีจะไปร้องเพลงให้ฟัง หรือว่ากองถ่ายอยากให้ผมไปช่วย จะให้เป็นพิธีกรก็ชอบ จะให้ไปเป็นดารารับเชิญก็ได้ครับ” สุริยา กล่าว
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
ผู้เข้าชม:
2,856สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยMthai ข่าวบันเทิง
เวลาโพส2015-01-29 17:12:42
-
ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครสุดๆ สำหรับอดีตพระเอกชื่อดัง สุริยา ชินพันธุ์ ที่เจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่ทั้งถูกฟ้องล้มละลาย ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถึงขั้นออกมาขายเสื้อผ้า-รองเท้ามือ 2 ประทังชีวิต ยอมรับครั้งหนึ่งเคยคิดสั้นฆ่าตัวตาย แถมตอนนี้ยังมีหลายโรครุมเร้า เจ้าตัวขอโอกาสกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง!!
"ที่ขายของมือ 2 ขายมาตั้งนานแล้วครับ เพราะว่าตอนนั้นอาจจะช่วงวิกฤตที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วอาก็ไม่ได้ทำวงดนตรี ละครก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี ก็เลยปรึกษากับแฟนไปขายรองเท้ามือ 2 ดีกว่า เสื้อผ้ามือ 2 ก็เลยทำอยู่หลายปีเหมือนกันครับ ก็ถือว่าเป็นจุดหักเหของชีวิต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ก็เปลี่ยนแปลงกันไปครับ แต่ว่าอาก็ทำทุกอย่างที่เป็นอาชีพสุจริต ถามว่าอายมั้ย อายทำไมเราทำงานสุจริต ทำมาค้าขาย เราทำมาหากินเนอะ"
"รายได้พอกับการใช้ชีวิตมั้ย ไม่พอก็ต้องพอครับ แต่ถามว่าพอเหลือเก็บมั้ย ไม่พอหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้อาก็ผ่อนบ้านอยู่ เพิ่งจะมีบ้านกับเค้า ตอนแรกลูกสาวก็มาดาวให้ ตอนหลังก็ผ่อนเองให้ลูกสาวไปดูแลคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่เค้าอยู่คนละที่กัน ตอนนี้เราก็มีแฟนคนใหม่ อยู่กันมา 22 ปีแล้วล่ะ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่ใหม่ เรื่องเงินเก็บไม่ต้องไปพูดถึง เล่นหนังเมื่อก่อนได้เรื่องละ 2,000 จักรๆ วงศ์ๆ หักภาษีไปก็เหลืออยู่ 1900 กว่าบาท ค่าน้ำมันก็ไม่มี ต้องไปถ่ายถึงสระบุรี เขาขาด ถ้ำจอมพล นิยายพื้นบ้านมันก็ลำบาก"
"ไม่มีงานในวงการครับ ถึงได้ไปขายของ คดีฟ้องล้มละลายก็มีครับตอนนั้น คือทำวงดนตรีลูกทุ่งแล้วก็เดินสาย ขายทุน ไปเจอช่วงเคอร์ฟิวบ้าง น้ำมันแพงบ้าง แล้วตอนนั้นก็พอดีมีละคร คนดูก็ไม่มาดู เราไปปิดวิกคนดูก็ไม่ออกมาดู เปลี่ยนเป็นยุคทีวี เค้าไปดูทีวีกัน เราก็ขาดทุนมาเรื่อยๆ ก็ไปกู้เงินเค้ามา หมื่นนึง ไม่พอก็ไปเอาอีก สองหมื่น สองหมื่นห้า สามหมื่น ก็จากงานสองสามหมื่นทบดอกทบต้น 2-3 ปีกลายเป็น 12-13 ล้านบาท เพื่อนๆ ก็ค่อนข้างจะมีน้อย แต่เพื่อนๆ ในกองถ่ายในวงการมีทุกคนรักทุกคน เยอะแยะครับ แต่เพื่อนจริงๆ มีไม่กี่คน ผมชอบอยู่แบบสมถะเงียบๆ คือเลิกงานกองถ่ายปั๊บจะกลับบ้าน ไม่ไปโน้นนี่นั่น ไม่ไปต่อ"
"น้องโบตั๋นลูกสาว (ภรรยาปิ๊ด บอดี้สแลม) เราเป็นพ่อเนอะ ต้องเข้าใจเค้า เค้าแต่งงานไปแล้ว เค้าก็มีครอบครัว เราก็ต้องเข้าใจว่าลูกสาวต้องไปเป็นแม่บ้าน หรือว่าต้องไปดูทัวร์คอนเสิร์ตต้องดูแลแฟนเค้า แต่บางครั้งเราอายุมากความคิดระหว่างคนรุ่นลูกกับรุ่นพ่อมันจะผิดกัน อายุมากแล้วมันคล้ายๆ ไม้ใกล้ฝั่ง โอ้ย เมื่อไหร่ลูกจะมาน้อ เมื่อไหร่จะโทรมา เจอกันเคยหอมแก้มทุกครั้ง เค้าก็บอกหนูก็ยุ่งอยู่ จะเจอก็วันเกิด ปีใหม่ สงกรานต์ ประมาณนั้น ก็ใช้โทรศัพท์เอา ช่วงนี้ก็ห่างไปนิดนึง อาจจะยุ่งงานครับ"
"เรื่่องค่าใช้จ่ายลูกสาวก็บอกจะให้ผม แต่ผมบอกว่าไม่ต้องหรอก พ่อยังดิ้นรน พ่อเป็นผู้ชาย พ่อหากินได้ ไปดูแลคุณแม่ก็แล้วกัน คุณแม่เค้าก็ต้องมีค่าเช่าแฟลต ค่ากิน แล้วตอนนี้เห็นบอกว่าคุณแม่เค้าไม่สบายเป็นความดัน เบาหวาน ตอนนี้เราเองก็ป่วย เป็นกรดไหลย้อนอันนี้มันธรรมดา เรื่องรับประทานอาหาร การพักผ่อน แต่ว่าไวรัสตับอักเสบซีอันนี้ผมก็ไม่ทราบว่ามันมายังไง ผมก็ไม่ได้ไปซุกซน ไม่ได้ไปเที่ยวไหน บุหรี่เหล้าก็เลิก ตอนนี้ก็หันหน้าเข้าวัดครับ ตอนนี้ก็ต้องตรวจเลือดเจาะเลือดทุกเดือน แต่ผมไม่เคยร้องนะครับ ก็มีครั้งนี้ที่ได้พูดให้คนทางบ้าน พี่ ป้า น้า อา ได้ฟังกัน"
"น้อยใจชีวิต คิดฆ่าตัวตาย เมื่อก่อนเคยท้อ คิดจะทำลายตัวเองเหมือนกัน หลายปีช่วงที่เคยเป็นอัมพาตร้องเพลงไม่ได้ คอเบี้ยวระบบประสาทมันเครียด คิดหนักเลยคิดจะปลิดชีวิตตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่ติดแบบนั้นแล้ว กว่าเราจะเกิดขึ้นมาได้ คุณแม่เราลำบากอุ้มท้อง อดเปรี้ยว อดหวานตั้ง 9 เดือนถึงเกิดมาเป็นคนได้"
"อยากกลับมาทำงานในวงการอีกครั้งครับ ชอบร้องเพลง ตอนนี้อยากแสดง อยากอยู่เบื้องหลัง แสดงก็อะไรก็ได้ ถ้าอายุเรามาก ก็อยู่เบื้องหลังเราชอบทำงาน ยังไม่มีคนติดต่องานมาเลยครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าผมเองก็ยังอยากจะขอเดินอยู่ในวงการถนนวงการแสดง วงการเพลงลุกทุ่ง เผื่อท่านผู้ชม เจ้าภาพอยากเรียกใช้ก็ติดต่อมาได้ครับ ก็ยินดีจะไปร้องเพลงให้ฟัง หรือว่ากองถ่ายอยากให้ผมไปช่วย จะให้เป็นพิธีกรก็ชอบ จะให้ไปเป็นดารารับเชิญก็ได้ครับ" สุริยา กล่าว
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
สุริยา ชินพันธุ์
ผู้เข้าชม:
2,856
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยMthai ข่าวบันเทิง
เวลาโพส2015-01-29 17:12:42
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น