นายชัยโชค พุ่มพวง ผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ซึ่งมี “ช้างศึก” ทีมชาติไทย, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน และฮอนดูรัส เข้าร่วม เปิดเผยถึงระเบียบการดวลแข้งรายการนี้ว่า จะเตะแบบพบกันหมด ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดคว้าแชมป์ หากคะแนนเท่ากันจะวัดที่ผลต่างประตูได้-เสีย แต่หากยังเท่ากันอีกก็จะดูที่จำนวนประตูที่ยิงได้ แต่ถ้ามีจำนวนประตูที่ยิงได้เท่ากัน ก็จะเป็นการครองแชมป์ร่วมกัน ขณะที่เรื่องผู้ตัดสินนั้น ในนัดที่ ไทย ลงสนาม จะใช้ผู้ตัดสินต่างชาติ เพื่อลดข้อครหา แต่หากเป็นนัดอื่น จะใช้ผู้ตัดสินชาวไทย
ด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย กล่าวว่า เมื่อระเบียบกำหนดให้วัดประตูได้-เสีย หากคะแนนเท่ากัน ก็จะเป็นผลดีกับทีมไทย ซึ่งแข่งขันเป็นคู่ที่ 2 ในเวลา 19.00 น. ทุกวัน เพราะสามารถวางแผนการเล่นได้ง่ายและมีโอกาสที่จะวางกลยุทธที่เหมาะสมกรณีที่ต้องตัดสินในนัดสุดท้าย การสู้ศึกครั้งนี้ ตนขอย้ำว่า ไทย ตั้งเป้าคว้าแชมป์ให้ได้ และต้องการเป็นแชมป์ทีมเดียว ดังนั้นจะพยายามทำแต้มเหนือกว่าทุกๆทีม
อดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกา กล่าวด้วยว่า สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้าย วันที่ 7 ก.พ. พบ “โสมขาว” เกาหลีใต้ เป็นเกมที่ไม่ต่างจากนัดชิงชนะเลิศ เนื่องจาก เกาหลีใต้ ชุดนี้เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ซึ่ง ไทย ต้องเอาชนะให้ได้เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของทีมไทย และล้างตา จากเกมรอบรองชนะเลิศเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ไทยแพ้ไป
สำหรับโปรแกรม ทีมชาติไทย ในศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 43 อีก 2 นัดที่เหลือ วันที่ 4 ก.พ. พบ อุซเบกิสถาน และวันที่ 7 ก.พ. พบ เกาหลีใต้ เตะเวลา 19.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา.
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-01 21:55:11
เวลาโพส2015-02-01 21:55:11
"โก้" ย้ำต้องแชมป์-ไม่อยากครองร่วม
http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/951890.jpeg
นายชัยโชค พุ่มพวง ผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ซึ่งมี “ช้างศึก” ทีมชาติไทย, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน และฮอนดูรัส เข้าร่วม เปิดเผยถึงระเบียบการดวลแข้งรายการนี้ว่า จะเตะแบบพบกันหมด ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดคว้าแชมป์ หากคะแนนเท่ากันจะวัดที่ผลต่างประตูได้-เสีย แต่หากยังเท่ากันอีกก็จะดูที่จำนวนประตูที่ยิงได้ แต่ถ้ามีจำนวนประตูที่ยิงได้เท่ากัน ก็จะเป็นการครองแชมป์ร่วมกัน ขณะที่เรื่องผู้ตัดสินนั้น ในนัดที่ ไทย ลงสนาม จะใช้ผู้ตัดสินต่างชาติ เพื่อลดข้อครหา แต่หากเป็นนัดอื่น จะใช้ผู้ตัดสินชาวไทย
ด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย กล่าวว่า เมื่อระเบียบกำหนดให้วัดประตูได้-เสีย หากคะแนนเท่ากัน ก็จะเป็นผลดีกับทีมไทย ซึ่งแข่งขันเป็นคู่ที่ 2 ในเวลา 19.00 น. ทุกวัน เพราะสามารถวางแผนการเล่นได้ง่ายและมีโอกาสที่จะวางกลยุทธที่เหมาะสมกรณีที่ต้องตัดสินในนัดสุดท้าย การสู้ศึกครั้งนี้ ตนขอย้ำว่า ไทย ตั้งเป้าคว้าแชมป์ให้ได้ และต้องการเป็นแชมป์ทีมเดียว ดังนั้นจะพยายามทำแต้มเหนือกว่าทุกๆทีม
อดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกา กล่าวด้วยว่า สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้าย วันที่ 7 ก.พ. พบ “โสมขาว” เกาหลีใต้ เป็นเกมที่ไม่ต่างจากนัดชิงชนะเลิศ เนื่องจาก เกาหลีใต้ ชุดนี้เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ซึ่ง ไทย ต้องเอาชนะให้ได้เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของทีมไทย และล้างตา จากเกมรอบรองชนะเลิศเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ไทยแพ้ไป
สำหรับโปรแกรม ทีมชาติไทย ในศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 43 อีก 2 นัดที่เหลือ วันที่ 4 ก.พ. พบ อุซเบกิสถาน และวันที่ 7 ก.พ. พบ เกาหลีใต้ เตะเวลา 19.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา.
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-01 21:55:11
เวลาโพส2015-02-01 21:55:11
นายชัยโชค พุ่มพวง ผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ซึ่งมี “ช้างศึก” ทีมชาติไทย, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน และฮอนดูรัส เข้าร่วม เปิดเผยถึงระเบียบการดวลแข้งรายการนี้ว่า จะเตะแบบพบกันหมด ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดคว้าแชมป์ หากคะแนนเท่ากันจะวัดที่ผลต่างประตูได้-เสีย แต่หากยังเท่ากันอีกก็จะดูที่จำนวนประตูที่ยิงได้ แต่ถ้ามีจำนวนประตูที่ยิงได้เท่ากัน ก็จะเป็นการครองแชมป์ร่วมกัน ขณะที่เรื่องผู้ตัดสินนั้น ในนัดที่ ไทย ลงสนาม จะใช้ผู้ตัดสินต่างชาติ เพื่อลดข้อครหา แต่หากเป็นนัดอื่น จะใช้ผู้ตัดสินชาวไทย
ด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย กล่าวว่า เมื่อระเบียบกำหนดให้วัดประตูได้-เสีย หากคะแนนเท่ากัน ก็จะเป็นผลดีกับทีมไทย ซึ่งแข่งขันเป็นคู่ที่ 2 ในเวลา 19.00 น. ทุกวัน เพราะสามารถวางแผนการเล่นได้ง่ายและมีโอกาสที่จะวางกลยุทธที่เหมาะสมกรณีที่ต้องตัดสินในนัดสุดท้าย การสู้ศึกครั้งนี้ ตนขอย้ำว่า ไทย ตั้งเป้าคว้าแชมป์ให้ได้ และต้องการเป็นแชมป์ทีมเดียว ดังนั้นจะพยายามทำแต้มเหนือกว่าทุกๆทีม
อดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกา กล่าวด้วยว่า สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้าย วันที่ 7 ก.พ. พบ "โสมขาว" เกาหลีใต้ เป็นเกมที่ไม่ต่างจากนัดชิงชนะเลิศ เนื่องจาก เกาหลีใต้ ชุดนี้เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ซึ่ง ไทย ต้องเอาชนะให้ได้เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของทีมไทย และล้างตา จากเกมรอบรองชนะเลิศเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ไทยแพ้ไป
สำหรับโปรแกรม ทีมชาติไทย ในศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 43 อีก 2 นัดที่เหลือ วันที่ 4 ก.พ. พบ อุซเบกิสถาน และวันที่ 7 ก.พ. พบ เกาหลีใต้ เตะเวลา 19.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา.
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-01 21:55:11
เวลาโพส2015-02-01 21:55:11
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น