วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประชุมใหญ่ สอ.กำนันผู้ใหญ่บ้านพิษณุโลก เน้นปรับแผนฯ เชิงรุก เร่งระดมทุนสร้างศรัทธาแก่สมาชิก



เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2556  เวลา 08.30 น.  ว่าที่ ร.ต. ศราวุธ จันทวงศ์ ปลัดอาวุโส แทนนายอำเภอเมืองพิษณุโลก  เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556  ของ สหกรณ์ออมทรัพย์กำนันผู้ใหญ่บ้านพิษณุโลก จำกัด โดยมี นายภิรมย์  สิทธิกมลรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 เข้าร่วมการประชุม ในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ณ ศูนย์ประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นฯ อำเภอเมืองพิษณุโลก
https://mail-attachment.googleusercontent.com/attachment/u/0/?ui=2&ik=85b7e1c548&view=att&th=1417c9c0807b5978&attid=0.4&disp=inline&safe=1&zw&saduie=AG9B_P9hy7F_ImMgwLHscLVb9l3c&sadet=1380806719079&sads=VT811Jg8KWvgMYU8iZsPZMS-ziQ
ร.อ. อุบล  พุทธรักษ์  ประธานกรรมการสหกรณ์  กล่าวถึงความเป็นมาของสหกรณ์ออมทรัพย์กำนันผู้ใหญ่บ้านพิษณุโลก จำกัด  ว่าเกิดจากทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านพิษณุโลก ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสหกรณ์ จึงได้รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้น ในกลุ่มกำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในจังหวัดพิษณุโลก  โดยมีคณะผู้ก่อตั้ง จำนวน 50 คน ได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียนสหกรณ์ เป็นสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์  เมื่อวันที่  16 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา  จากนั้น จึงได้ดำเนินธุรกิจตามแผนการดำเนินงานของสหกรณ์มาอย่างต่อเนื่อง  จนทำให้ในปัจจุบัน สหกรณ์มีทุนดำเนินงานสูงถึง  8.308 ล้านบาท  ในระยะเวลาเพียง 3 ปี  ส่วนใหญ่เป็นทุนภายในที่เกิดจากการระดมทุนถือหุ้นเพิ่มของสมาชิกเป็นประจำทุกเดือนสำหรับในปีนี้ สหกรณ์มีกำไรสุทธิประจำปี 123,656.97  บาทซึ่งได้จัดสรรเป็นทุนต่างๆ ตามข้อบังคับ  มีการจ่ายเงินปันผลตามหุ้น และเงินเฉลี่ยคืนตามส่วนธุรกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการทำธุรกิจ  ยึดหลักสหกรณ์เพื่อให้สมาชิกรู้จักช่วยตัวเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ส่วนการบริหารจัดการองค์กรสหกรณ์ใช้หลักประชาธิปไตย   เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกรวมถึงการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกให้สามารถดูแลช่วยเหลือกันได้อย่างทั่วถึง 
https://mail-attachment.googleusercontent.com/attachment/u/0/?ui=2&ik=85b7e1c548&view=att&th=1417c9c0807b5978&attid=0.2&disp=inline&safe=1&zw&saduie=AG9B_P9hy7F_ImMgwLHscLVb9l3c&sadet=1380806745946&sads=wTk35xMeHMjJCp-NZUd2nJ0mcbI


https://mail-attachment.googleusercontent.com/attachment/u/0/?ui=2&ik=85b7e1c548&view=att&th=1417c9c0807b5978&attid=0.5&disp=inline&safe=1&zw&saduie=AG9B_P9hy7F_ImMgwLHscLVb9l3c&sadet=1380806787038&sads=K-N7UblMTEY2u968a1jl2YRS9nA

https://mail-attachment.googleusercontent.com/attachment/u/0/?ui=2&ik=85b7e1c548&view=att&th=1417c9c0807b5978&attid=0.1&disp=inline&safe=1&zw&saduie=AG9B_P9hy7F_ImMgwLHscLVb9l3c&sadet=1380806819123&sads=fV3mLs89uUiiUGx6V1DEwIpDbn0
นายภิรมย์ สิทธิกมลรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 กล่าวเสริมว่า สำหรับในปีหน้าสหกรณ์มีแผนรับสมาชิกเพิ่ม  เร่งระดมทุนภายในเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์มั่นคง  และแผนการเสริมสร้างความความรู้เข้าใจด้านการสหกรณ์ให้แก่สมาชิกให้มีความศรัทธาต่อระบบสหกรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด เป็นผู้นำชุมชน ซึ่งสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ไปพัฒนาองค์กร ชุมชน ของตนเองให้มีความเข้มแข็งได้อีกเช่นเดียวกันพร้อมกับผลักดันให้สหกรณ์วางแผนพัฒนาองค์กรให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่กำหนดไว้
ภาพ/ข่าวโดย : นางสาววรนุช มีชัย
นักวิชาการสหกรณ์
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก

ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ....ภูเขาไฟโคลน


Bleduk Kuwu เป็นปล่อง ภูเขาไฟโคลน ซึ่ง เกิดจากปรากฏการณ์การปลดปล่อยแก๊สมีเทนใต้พื้นโลก ทุกๆ 2-3 นาที น้ำใต้โคลนจะเกิดแรงดันและระเบิดทะลุโคลนออกมา เกิดเป็นไอสีขาวและน้ำพุร้อน ชื่อเรียก Bleduk Kuwu ก็มาจากภาษาชวาท้องถิ่น “bledug” แปลว่า การระเบิด “kuwu” หรือ “kuwur”หมายถึง การกระจาย รวมกันเป็นนิยามอันเข้าใจง่ายของ ภูเขาไฟโคลน อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมานับสิบปี
นักท่องเที่ยวสามารถชม ภูเขาไฟโคลน Bleduk Kuwu ได้อย่างปลอดภัย โดยต้องเว้นระยะห่างประมาณ 10-20 เมตร ภูเขาไฟโคลน จะระเบิดเป็นช่วงเวลา แต่จะมีเพียง 2 จุด ที่มีการระเบิดตลอดเวลา ผลพลอยได้จากปรากฏการณ์ประหลาดนี้คือ เกลือ ซึ่งเกิดจากตะกอนภูเขาไฟที่แห้งแล้ว กลายเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของชาวท้องถิ่น




ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว :

บทสัมภาษณ์ที่โค้ชอ๊อดให้สัมภาษณ์สื่อจีน




泰女排主帅中秋送中国队月饼 战斗精神支撑我们夺冠
โค้ชลูกยางไทยมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้ทีมจีน กำลังใจฮึกเหิมสู้พวกเรา
25 กันยายน 2556 08:50 น. ตามเวลาปักกิ่ง
http://sports.sina.com.cn/o/2013-09-25/08506799824.shtml
http://epaper.ynet.com/html/2013-09/25/content_13131.htm?div=-1




การแข่งขัน ศึกลูกยางสาวชิงชนะเลิศแห่งเอเชียที่เพิ่งจบลงไปนั้น ลูกยางสาวไทยเอาชนะทีมจีนและญี่ปุ่นจนได้แชมป์ไปในที่สุด สร้างความสั่นสะเทือนกลางเวทีลูกยางเอเชีย แต่ทว่าเกียรติพงศ์ ผู้ฝึกสอนทีมไทยได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์เยาวชนปักกิ่งว่า เขายังเชื่อมั่นว่าทีมลูกยางสาวจีนยังเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของ โลก

     ไม่ว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งเพียงใด พวกเราก็ต้องทำการบ้านก่อนการแข่งขันทุกครั้ง จริง ๆ แล้วไม่เพียงแค่นัดที่แข่งกับทีมจีน แต่ว่าหลาย ๆ นัด รวมถึงนัดที่แข่งกับญี่ปุ่นและนัดอื่น ๆ ด้วย พวกเราทำกันแบบนี้ครับ

     ใน รายการเวิรล์กรังปรีซ์หลายปีมานี้ นักข่าวของหนังสือพิมพ์เยาวชนปักกิ่งได้รู้จักบุรุษสูง 1.90 เมตร รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาไทย ๆ จนมาถึงศึกลูกยางชิงชนะเลิศแห่งเอเชียเราก็ได้พบกับเขาอีก

วันนี้ เป็นวันไหว้พระจันทร์พอดี และก็เป็นวันชิงชัยระหว่างไทย-จีน คืนนั้น 5 ทุ่มกว่า เมื่อนักข่าวกลับไปยังโรงแรม ล่ามผู้ติดตามได้ส่งขนมไหว้พระจันทร์มาให้ 1 กล่อง เธอบอกนักข่าวว่า "โค้ชอ๊อดส่งมาให้โดยเฉพาะค่ะ ทุกคนในทีมจีนได้คนละ 1 ชิ้น" ความละเอียดลออและน้ำใจของโค้ชอ๊อดอดทำให้ทีมจีนซาบซึ้งไม่ได้ แถมยังคุ้นเคยกับประเพณีจีนอีก ซึ่งมันคงมาจากความรู้สึกจากใจต่อทีมจีน

     ตอน เกียรติพงศ์หนุ่ม ๆ นั้น เขาเป็นกำลังหลักของทีมลูกยางชายไทย อีกทั้งตอนที่เขาเป็นนักกีฬานั้น ช่ายปินวัยเดียวกันก็เป็นมือเซตของทีมชาติจีน เกียรติพงศ์เคยมาฝึกซ้อมที่ประเทศจีนหลายครั้ง ได้รับปรัชญาวอลเล่ย์บอลจีนไปด้วย เขาบอกกับนักข่าวเราว่า "ตอนที่เขายังเป็นนักกีฬานั้น เคยมากับทีมชาติไทย มาฝึกซ้อมที่ฝูเจี้ยนอยู่ประมาณเดือนนึง คุ้นเคยกับเฉินจงเหอ เจิ้งจ้งหยวน ผู้ฝึกสอนชาวจีนอย่างดี หลังจากฝึกกลับมาแล้ว พวกเราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างกลับมามากมาย

    หลังจากมอบขนมไหว้พระจันทร์ เกียรติพงศ์กลับไม่ได้นอนทั้งคืน เขาบอกนักข่าวว่า "เมื่อกลับถึงห้องที่โรงแรม ผู้ช่วยของผมก็นำข้อมูลกลยุทธ์ทั้งหลายมาให้ผม ผมวิเคราะห์ข้อมูลเทคนิกในคอมพิวเตอร์ว่าทีมจีนมีข้อดีตรงไหน ถึงแม้ว่าพวกเราจะรู้ว่าโอกาสชนะทีมจีนมีน้อยเพียงใด แต่นี่คืองานของพวกเรา ไม่ว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งเพียงใด พวกเราก็ต้องเตรียมพร้อมก่อนการแข่งขันเสมอ อันที่จริงไม่เพียงแต่นัดที่แข่งกับทีมจีนเท่านั้น แต่ว่าหลาย ๆ นัด รวมถึงนัดที่แข่งกับญี่ปุ่นและนัดอื่น ๆ พวกเราก็ทำกันแบบนี้ ดังนั้นในระหว่างทัวร์นาเม้นต์ชิงแชมป์เอเชียนี้ ผมได้นอนน้อยมากครับ"

   ใน วันต่อมา ศึกไทย-จีนได้เริ่มขึ้น ในเซตแรกทีมจีนเอาชนะไปได้อย่างสบาย ๆ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ทีมไทยเริ่มบุกมากขึ้น ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมนับหมื่นนั้น ทีมไทยก็กำชัยชนะไว้ได้ ดูเหมือนว่า เกียรติพงศ์จะไม่เพียงแต่คุ้นเคยกับประเพณีจีน แต่กัยังคุ้นเคยกับรูปแบบการเล่นของทีมจีนด้วย
  
     ชนะทีมจีนได้ถือว่าเป็นโชค

    แพ้ นัดนี้ ไม่เป็นไร เป็นความรับผิดชอบของผม แต่หากชนะนัดนี้ นี่คือน้ำพักน้ำแรงของทีมนักกีฬา เพราะพวกเขาขยัน และทำได้ พวกเธอได้ทำให้เห็นแล้วว่าตนเองนั้นสุดยอด

     ก่อนการแข่งขันกับ จีนในรอบรองชนะเลิศ เกียรติพงศ์เคยกล่าวไว้ว่า ทีมไทยมีโอกาสชนะเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ว่าหลังจากชนะ 3-2 แล้ว เกียรติพงศ์ก็ยังว่ามันเป็นโชค เขาแจงเหตุการณ์กับนักข่าวของเราว่า "จนกระทั่งตอนนี้ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นความจริง พวกเราชนะทีมชาติจีนเหรอ? พวกเราได่เข้าชิงเหรอเนี่ย?

    ในระหว่าง การแข่งขันวันนั้น เกียรติพงศ์เผยความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า "ก่อนการแข่งขัน ผมเรียกนักกีฬาทุกคนมาคุย บอกพวกเธอว่าต้องเล่นยังไง ต้องระวังคู่แข่ง(จีน)ตรงไหนบ้าง ตอนแข่งนั้น ผมใส่หูฟังยืนอยู่ข้างสนาม  ฝ่ายเทคนิคบอกข้อมูลสถิติต่าง ๆ กับผม อย่างเช่นว่า คนไหนของจีนรับบอลแรกไม่ดี ตำแหน่งการบล็อคตรงไหนเป็นยังไง ผมก็จะเข้าใจได้ทันที หลังจากนั้น พวกเราก็จะดูสถานการณ์ในสนามแล้วก็แจ้งกับนักกีฬา หลายคนบอกว่า บอลเซตเราไม่ดี พวกคุณรู้กันหรือเปล่า บอลเซตแต่ละลูกเป็นยังไงผมก็บอกตลอด นักกีฬาเราสูงสู้จีนไม่ได้ บล็อคเป็นไงบ้าง ผมก็บอกพวกเธอหมด แน่นอนว่า ถ้านัดนี้เราแพ้ ก็ไม่เป็นไร เป็นความรับผิดชอบของผมเอง แต่ถ้าชนะ นี่คือน้ำพักน้ำแรงของทีมนักกีฬา เพราะพวกเขาขยัน และทำได้ พวกเธอได้ทำให้เห็นแล้วว่าตนเองนั้นสุดยอด แน่นอนว่า พวกเราโชคดีที่ชนะ ในระหว่างแข่งขัน ทีมจีนมีโอกาสชนะหลายครั้ง แต่ว่าพวกเราโชคดีกว่า




    กลับโรงแรมในคืนชิงแชมป์
  
    ผมถามพวกเธอว่า คุณพร้อมกันหรือยัง? พวกเธอตอบว่า พร้อมแล้วค่ะ ! ผมพูดว่า "ดี งั้นพวกเราไปสู้ให้เต็มที่กัน"

    ใน คืนก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ สาวไทยนอนไม่หลับกัน ในระหว่างการแข่งขัน ทีมไทยกวาดทีมญี่ปุ่นไป 3-0 เซตได้รับชัยชนะไปในที่สุด หลังพิธีมอบรางวัลเสร็จสิ้นลง เกียรติพงศ์และทีมได้เดินเท้าจากสนามแข่งขันเพื่อกลับโรงแรม เกียรติพงศ์บอกว่า  "ก่อนการแข่งขันเราขอพร(บน)ไว้ว่า ถ้าเราได้แชมป์เราทุกคนในทีมจะเดินจากสนามแข่งกลับโรงแรมกัน  ทั้งสองข้าง ทางที่เดินกลับเต็มไปด้วยแฟน ๆ พวกเราเดินไปคุยกันไป ทักทายแฟน ๆ ถ่ายรูป แจกลายเซ็นต์ สุดท้าย พวกเราใช้เวลาเดินทั้งสิ้นสามชั่วโมงกว่า ๆ ถึงโรงแรมฟ้าก็จะสว่างแล้ว"

เกียรติ พงศ์เปิดเผยว่า "หลังจากแข่งกับจีนเสร็จ นักกีฬาไทยน้ำตาไหลด้วยความดีใจ พวกเราตื่นเต้นมาก แต่ว่าพวกเราก็คุมไว้ได้ ไม่ร้องไห้ เพราะการแข่งขันยังไม่ได้สิ้นสุดลง พรุ่งนี้ก็เป็นนัดชิงชนะเลิศ เขากล่าวว่า "ถึงแม้ว่าเราจะเพิ่งชนะทีมญี่ปุ่นมา แต่ว่าคืนนั้นเราไม่ได้นอน ผมเอาข้อมูลทีมญี่ปุ่น 4 นัดล่าสุดมาวิเคราะห์ดู หาวิธีที่จะเอาชนะเขาให้ได้ แต่ลูกทีมผมตื่นเต้นที่ชนะทีมจีนมาได้จนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เช้ามาผมปฏิเสธการให้สัมภาษณ์จากทุกสื่อ มีสำนักข่าวทีวีรายหนึ่งมาหาแต่เช้า ก็โดนผมปฏิเสธไป ผมบอกว่า "หลังการแข่งขันโอเคไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้คือไม่ได้! สุดท้ายสื่อรายนั้นก็ร้องไห้กลับไป เหตุผลนั้นง่ายมาก คือ ไม่ต้องการให้ลูกทีมได้รับการรบกวนทางจิตใจและมีสมาธิสำหรับการแข่งขันเท่า นั้น เช้ามาผมเรียกซ้อม รวมใจให้เป็นหนึ่ง ตอนบ่ายก็เรียกทุกคนมาคุย อธิบายเทคนิคการเล่นอย่างละเอียด ทุกคนเข้าใจว่าแต่ละคนต้องเล่นยังไงบ้าง แล้วผมก็ถามพวกเธอว่า "คุณพร้อมกันแล้วหรือยัง? พวกเธอตอบว่า "พร้อมแล้วค่ะ" ผมก็บอกว่า "ดี งั้นพวกเราไปสู้ให้เต็มที่กัน"

     หลัง จบการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ สื่อไทยหลายสำนักมารุมล้อมทีมนักกีฬา อีกทั้งยังมีสื่อร่วมเดินเท้ากลับไปยังโรงแรมกับนักกีฬาด้วย เกียรติพงศ์เปิดให้สัมภาษณ์อย่างเต็มที่ วันต่อมา เขาก็ประกาศว่า "ทางทีมขอพักร้อน 7 วัน" ซึ่งทำให้ลูกทีมดีใจมากเพราะไม่คาดคิดมาก่อน เกียรติพงศ์บอกว่า "หลายปีมานี้ นี่คือการพักร้อนครั้งแรก"


    กุญแจสำคัญในการสร้างความฮึกเหิม
  
    ผม รู้ว่า พวกเธอไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ แต่ว่าจิตใจทุกคนแกร่งกว่า พวกเธอรู้ว่าทำไมถึงฮึกเหิม ผมขอบคุณพวกเธอมาก ผมดีใจที่มีลูกทีมที่ีดีมาก ๆ

    4 ปีมานี้ นักกีฬาลูกยางสาวเป็นที่จับตามอง ไม่เพียงแต่ชนะทีมจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือว่าทีมเอเชียทั้งหลาย แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้แชมป์เอเชียถึง 2 ครั้ง นอกจากความคุ้นเคยกันในทีมและประสบการณ์ที่สะสมมาแล้ว จิตใจที่แข็งแกร่งนั้นเป็นสิ่งทำให้พวกเขาเล่นออกมาได้เต็มที่

    เกียรติ พงศ์บอกกับนักข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ผู้ชมชอบวอลเล่ย์บอลสาวของเรามาก ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเราทำผลงานได้ดี แต่ว่าพวกเธอนับวันยิ่งแกร่งกล้า ลูกทีมผมบาดเจ็บหลายคน อย่างเช่นอรอุมามีที่ไหล่ขวาอยู่ 3 ที่ ส่วนเบอร์10 และ 12 นั้น มีบาดแผลที่เอวด้านหลังและสะโพกขวา เข่า จนถึงข้อเท้าขวา ทั้งหมดนี้บาดเจ็บรุนแรงมาก เจ็บมาก นอกจากจะบำบัดรักษาแล้ว ก่อนการแข่งขันทุกนัดทางทีมแพทย์และทีมกายภาพก็จะแจ้งสภาพร่างกายและอาการ ทุกครั้ง แล้วก็จะถามแต่ละคนว่าเจ็บยังไงบ้าง พวกเธอก็จะตอบว่า "ไม่เป็นไร" ผมก็จะบอกว่า "ป่ะ งั้นเราไปสู้ให้เต็มที่กัน" หลังจากที่เธอเล่นอย่างเต็มที่ในสนามจนดูเหมือนไม่มีอาการบาดเจ็บ แต่ผมรู้ว่า ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่เจ็บ แต่ว่าจิตใจนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเธอรู้ว่าทำไมต้องฮึกเหิม ผมขอบคุณพวกเธอมาก ๆ ผมดีใจมากที่มีลูกทีมที่ดีมาก ๆ อย่างนี้"

     แต่ทว่า ทัวร์นาเม้นต์นี้ สิ่งที่ทำให้เกียรติพงศ์ดีใจมากคือการเอาชนะญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง เป็นการเอาชนะความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ไปซะหมด เขากล่าวว่า "การแข่งขันเพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิกเมื่อปีที่แล้วนั้น อีกนิดเดียวก็จะได้ไปแข่งโอลิมปิกแล้ว แต่ผลการแข่งขันนัดญี่ปุ่น-เซอร์เบียนั้นดับฝันของพวกเรา สร้างความเจ็บปวดให้พวกเราและคนไทยมาก มีลูกทีมหลายคนอยากเลิกเล่นวอลเล่ย์บอลกันเลยทีเดียว ตอนนั้นผมกลับไทยได้วันเดียวก็เตรียมตัวขึ้นเครื่องบินเพื่อบินไปกับปักกิ่ง ผมอยากไปหาประธาน FIVB เพื่อถามว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าสุดท้ายผมก็สงบจิตใจตัวเองลง และไม่ได้ทำ ผมเีรียกลูกทีมทุกคนมาคุย ค่อย ๆ ดึงพวกเธอขึ้นมาเริ่มต้นกันใหม่ให้ได้ ให้มีกำลังใจฮึกเหิมฮึดสู้ ดังนั้น ชัยชนะเหนือญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นเพราะความกระหายชัยชนะที่ยิ่งใหญ่  พวกเราได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว"
การออกไปเล่นลีกต่างประเทศ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

    ผม นำนักกีฬาทีมชาติ 7 คนไปเล่นลีกที่อาเซอร์ไบจัน การเข้ามาอยู่ในสโมสรที่มีมาตรฐานสูงและนักกีฬาที่ดีนั้น ทำให้นักกีฬาได้ประสบการณ์ที่ดีและได้ยกระดับมาตรฐานการเล่นของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

     ในระหว่างการพูดุคย ถึงแม้ว่าเกียรติพงศ์จะไม่ได้เปิดเผยเคล็ดลับการฝึกสอนทีมลูกยางสาวไทย แต่ทว่า เขาบังเอิญบอกเคล็ดมาอย่างหนึ่ง การออกไปเล่นลีกนั้นนอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการเล่นแล้วยังเป็นการ ปรับปรุงแก้ไขด้วย

     นักตบสาวไทยรูปร่างไม่สูง สภาพแวดล้อมก็ไม่ได้เอื้อต่อการเล่นวอลเล่ย์บอลมากนัก เขากล่าวว่า "นักกีฬาเหล่านี้อยู่กับผมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนี้พวกเธอรายได้ต่อเดือนประมาณ 4-5000 หยวน( 20000-25000 บาท) พวกเธอรูปร่างไม่สูง ไม่ได้ช่วยในการเล่นวอลเล่ย์บอลมากนัก เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของพวกเธอรวมทั้งช่วยเปิดโลกกว้างให้พวกเธอ พวกเราจึงเร่งติดต่อสโมสรต่างๆ ในเอเชีย(รวมทั้งจีน) และยุโรป เมื่อปีที่แล้ว ทีมชาติเราทั้ง 7 คนไปเล่นให้กับสโมสรหนึ่งในอาเซอร์ไบจัน การได้เล่นในสโมสารที่มีมาตรฐานสูงนั้นยกระดับความสามารถและประสบการณ์ของ นักกีฬาได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ไขจุดบกพร่องด้วย ปีนี้ นักกีฬาเรา 5 คนไปเล่นที่อาเซอร์ใบจัน ในนี้ 4 คนจะได้ร่วมทีมเดียวกันกับเว่ยชิวเยว่ หม่ายุนเวิน และจางเหล่ย"

     ดูเหมือนว่า การออกไปเล่นนอกบ้านนั้นทำให้ทีมไทยพัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าในปีนี้เกียรติพงศ์ไม่ได้ตามไปคุมนักกีฬาอีก เขาบอกว่า "ผมต้องอยู่สอนในประเทศเพื่อฝึกผู้เล่นที่ขึ้นมาใหม่ ตอนนี้ทีมชาติก็เริ่มอายุเยอะขึ้นแล้ว การฝึกผู้เล่นเด็ก ๆ ขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก"

    บิดาแห่งลูกยางไทย?

     ผมรักวอลเล่ย์บอลมาก 16 ปีมานี้ผมไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก วอลเล่ย์บอลเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม

     ปีนี้  เกียรติพงศ์มีอายุ 47 ปี  ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมาก็เป็นเวลา 16 ปีแล้ว ตั้งแต่ทีมไทยอ่อนแอจนกระทั่งแข็งแกร่ง จวบจนการได้เป็นแชมป์เอเชียครั้งแรกในปี 2009 และอีกเพียงนิดเดียวก็จะได้ไปโอลิมปิก 2012 จนกระทั่งวันนี้ที่เอาชนะทีมชาติจีนและทีมเหรียญทองแดงโอลิมปิกอย่างญี่ปุ่น จนเป็นแชมป์สมัยที่สอง  ผลงานนี้นับเป็นผลงานที่ดีที่สุดผลงานหนึ่งในวงการ กีฬาไทย

    ตั้งแต่เขาเริ่มเป็นผู้ฝึกสอน เขาฝึกสอนนักกีฬาระดับเยาวชนและระดับมหาวิทยาลัยมามากมาย เพราะเหตุนึ้ จึงมีสื่อบางสำนักให้ฉายา "บิดาลูกยางไทย" แก่เขา เกียรติพงศ์หวาด ๆ เล็กน้อย เขาบอกว่า "จะพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้ ผมแค่รักวอลเล่ย์บอลมาก 16 ปีมานี้ผมไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก วอลเล่ย์บอลคือทุำกสิ่งทุกอย่างในชีวิตผม" แต่ในระหว่างเกมการแข่งขัน เขาเคยพูดต่อหน้ากองเชียร์และชี้ไปยังพวกเขา พร้อมพูดกับนักข่าวเราว่า "พวกเขาคือนักเรียนของผม" 

    รูป ร่างสูงใหญ่อย่างเกียรติพงศ์นั้น สามารถเห็นได้ชัดท่ามกลางถนนต่าง ๆ ในเมือง ผู้คนทุกเพศทุกวัยนั้นเข้ามารุมล้อมไหว้ขอบคุณเขา รวมทั้งขอลายเซ็นต์ ถ่ายรูป แม้กระทั่งตอนกินข้างกลางวัน ก็ยังมีบริกรมาทักเขา แสดงให้เห็นว่าเกียรติพงศ์นั้นได้กลายเป็นวีรบุรุษของคนไทยไปเสียแล้ว เกียรติพงศนั้นได้แต่ยิ้มรับเล็กน้อย  เขายิ้มแย้มกล่าวกับนักข่าวเราว่า "พวกเขาไม่ได้รักผมหรอก แต่พวกเขารักทีมลูกยางสาวไทยต่างหาก"

    แต่ วีรบุรุษของคนไทยคนนี้ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้กลายเป็น "คนผิด" ในสายตาแฟนลูกยางไทย เกียรติพงศ์กล่าวว่า "ตอนนั้นผลงานเราแย่ หลาย ๆ คนจึงเคลือบแคลงสงสัยในความสามารถของผม พูดกับผมด้วยคำที่ไม่น่าฟังเท่าไหร่ ผมรู้สึกแย่มาก แต่ว่าผมก็ไม่ได้อธิบายอะไรกับเขา เพื่อนของผมคนนึงเป็นผู้บันทึกรายการของทีมลูกยางสาวไทยในหลายปีมานี้ (คิดว่าคือ "สู้สุดใจไทยแลนด์" นะคะ)  ต่อมาก็ได้ทำรายการเป็น 3 ตอน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการทำงานของพวกเราตลอด 16 ปีมานี้  ฉายทุกวันศุกร์ พอตอนที่ 2 ฉาย เหมาะเจาะพอดีกับตอนที่เราชนะทีมจีน ทำให้ รายการนี้ดังมาก ๆ ทุกคนก็เลยเข้าใจความพากเพียรของพวกเราตลอดเวลาที่ผ่านมา

    ภารกิจ ที่ยุ่งวุ่นวายเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หัวใจของเกียรติพงศ์มีปัญหา เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แพทย์ได้บอกให้เกียรติพงศ์งดเนื้อสัตว์ เหล้าและบุหรี่  ทำให้เกียรติพงศ์ที่ปกติเป็นคนทานเนื้อสัตว์ สูบบุหรี่ และดื่มเหล้านั้นเจ็บปวดมาก แต่ในที่สุด เขา็ก็สามารถเลิกได้ระยะเวลา 4 ปีเต็ม เมื่อกล่าวถึงประสบการณ์ตรงนี้ เกียรติพงศ์กล่าวว่า "แทบจะทนไม่ได้เลย แต่ว่าปีนี้หมอบอกผมว่า ตอนนี้สามารถกินเนื้อสัตว์ได้แล้วนะ แต่ยังหัามเหล้าและบุหรี่อยู่"

   ถึงแม้ว่าจะกำชัยชนะเหนือทีมจีนและญี่ปุ่น แต่เกียรติพงศ์ยังกล่าวเกี่ยวกับวงการลูกยางเอเชียและลูกยางโลกไว้ว่า ทีมลูกยางจีนนั้นยังเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เขาบอกว่า "ครั้งนี้เราชนะถือว่าโชคดีมาก ทีมจีนเล่นได้ไม่ดีนัก แต่ว่าพวกคุณมีนักกีฬาที่พร้อมและมีสภาพร่างกายที่ดี และยังมีหลางผิง ผู้ที่เป็นโค้ชที่ดีมากอีกด้วย ดังนั้น ถ้าให้เวลาทีมจีนอีกสักหน่อย ผมเชื่อว่า ทีมจีนก็จะยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอยู่ดี"





หากโค้ชอ๊อดได้เข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าเราแปลผิดพลาดประการใด 
เราก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

ขอบพระคุณผู้แปล คุณทายในขวดแก้ว จาก Pantip.com

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ จุฬา


พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ถือกำเนิดขึ้นจากการบริจาคร่างกายและชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ ของคัทสุมิ คาตามูระ ประธานบริษัทเมดิคัลด็อกเตอร์ซอฟท์เฮาส์ จำกัด ภายใต้การแนะนำของ ศาสตราจารย์ คัชสุฮิโร เอะโตะ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทย์ และทันตแพทย์แห่งโตเกียว  เมื่อวันที่ 31ตุลาคม 2554 ซึ่งภายหลังจากการเซ็นสัญญาบริจาคกับอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ภิรมย์ กมลรัตนกุล) แล้ว บริษัทเมดิคัลด็อกเตอร์ซอฟท์เฮาส์ ได้ทำการขนส่งร่างกายและชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ จำนวน 131ชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท มายังคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2555 พร้อมทั้งอุปกรณ์และผู้เชี่ยวชาญในการจัดแสดงร่างกายและชิ้นส่วนอวัยวะของ มนุษย์ โดยทางคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดเตรียมสถานที่ ห้อง 909-910 อาคารทันตแพทยศาสตร์เฉลิมนวมราช 80 เป็นพิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ รวมทั้งจัดเตรียมงบประมาณสำหรับการขนส่งและปรับปรุงสถานที่ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,239,176 บาท(หนึ่งล้านสองแสนสามหมื่นเก้าพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) การปรับปรุงห้องพิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์และการจัดวางร่างกายและชิ้นส่วน อวัยวะของมนุษย์ รวมแสดงคำอธิบายอวัยวะต่างๆ ได้จัดทำแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2555
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็น 1 ใน 11 พิพิธภัณฑ์ของโลกและเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดแสดงร่างกาย มนุษย์ด้วยเทคนิค plastinated human bodies ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ในการรักษาสภาพร่างกายหรือชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ที่ เสียชีวิต ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงร่างกายและชิ้นส่วนของมนุษย์เป็นหมวดหมู่ ประกอบด้วย ร่างกายมนุษย์แบบเต็มร่าง จำนวน 13 ชุด ชิ้นส่วนอวัยวะภายใน จำนวน 50 ชิ้น ชิ้นส่วนอวัยวะ จำนวน 27 ชิ้น ชิ้นส่วนกล้ามเนื้อ จำนวน 23 ชิ้น ร่างกายมนุษย์ตัดแบ่งย่อย จำนวน 6 ชุด ชิ้นหล่อแสดงระบบหลอดเลือด จำนวน 5 ชิ้น และร่างกายทารกในครรภ์ จำนวน 7 ชุด รวมทั้งสิ้น 131 ชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท มีการรักษาสภาพด้วยเทคนิค Plastination ซึ่งเป็นการแทนที่น้ำและไขมันในเนื้อเยื่อด้วยสารพลาสติกเหลว ทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็นของน้ำยา ไม่มีการเน่าสลาย และสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน



 













            พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกวันพุธ เวลา 12.30-15.30 น. ณ ชั้น 9 อาคารทันตแพทยศาสตร์เฉลิมนวมราช 80 ผู้สนใจเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โทร. 0-2218-8635

 
ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว :

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

(smmonline)สมาคมฯ,ทีมตบสาวไทย,โค้ชอ๊อต เขามีเรื่องอะไรกันรู้ หรือไม่!!


สมาคมฯ,ทีมตบสาวไทย,โค้ชอ๊อต เขามีเรื่องอะไรกันรู้ป่ะ? 
สมาคมฯ,ทีมตบสาวไทย,โค้ชอ๊อต เขามีเรื่องอะไรกันรู้ป่ะ?
หลังจากที่ทำให้ชาวไทยทั้งประเทศได้มีความสุขแบบไม่มีข้อกำหนดกับการคว้าแชมป์เอเชียมาครองอย่างยิ่งใหญ่  และ เป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ของประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลไทย
มันยังมีเรื่องตื้นหนาบางที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นให้ได้ติดตาม เพราะเขามีเรื่องกันอีกมากมายที่เรายังไม่รู้
ผมใช้เวลานานมากๆกับการที่จะเตรียมเรื่องนี้ให้ได้เข้าสู่เรื่องราวที่เป็นความจริง โดยปราศจากการปรุงแต่งทุกๆอย่าง
จนวันนี้ผมคิดว่ามันเหมาะสมที่ผมจะสามารถนำมาสื่อสารต่อให้กับแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยได้ทราบกัน  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า!
 
ท่านรู้จักสมาคมวอลเลย์บอลมากน้อยแค่ไหน? หลายท่านคงเคยได้ยินแต่ชื่อสมาคม บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี แต่ก็เชื่อว่าหลายท่านทราบเพียงแค่ผลงานของทีมแต่ยังไม่เคยได้รู้จักกับสมาคมอย่างแน่นอน
"สมาคมกีฬาวอลเย์บอลแห่งประเทศไทย" เวลาพิมพ์แบบนี้ทีไรรู้สึกว่าเป็นทางการตลอด แต่สมาคมนี้ไม่มีอะไรที่เป็นทางการมากมาย
ทุกคนในสมาคมทำงานกันอย่างเปิดเผยไม่มีความลับต่อกันในการทำงาน เรื่องการเงินไม่เคยปิดบังสามารถให้ตรวจสอบได้ทันทีทุกครั้งที่มีการประชุม และทุกครั้งที่มีงานเล็กใหญ่ทุกคนต่างก็จะมาช่วยกันอย่างเต็มที่ 
 
 
       โฉมหน้าของนายกสมาคม นายสมพร ใช้บางยาง
 
วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาหลังจากที่ทีมตบสาวไทยคว้าแชมป์ได้สำเร็จ เป็นที่ทราบกันดีว่ามีการเดินแก้บนของนักกีฬาจากสนามไปที่พัก ผมเองก็ได้โอกาสร่วมเดินในครั้งนี้ แต่ก็เดินเรียบๆเงียบๆด้านหลังตามขบวนไป เจตนาเพื่ออยากมีส่วนในความทรงจำครั้งนี้ แต่ว่าผมไม่ได้เดินคนเดียวเมื่อมีชายสูงอายุเดินอยู่ข้างๆ ตอนแรกไม่รู้ว่าใครพอมองชัดๆ อ้าว...ท่านสมพร นายกสมาคมนี่หว่า 
 
 
ท่านสมพรทักผมก่อนเลยว่า มาเดินกับเขาด้วยเหรอนี่ ผมแค่ยิ้มๆแล้วก็ตอบว่าครับ และก็ถามกลับไปด้วยคำถามเดียวกัน ท่านตอบกลับมาว่า"เอาด้วย! เดินด้วยกันนี่ล่ะ ตอนแรกไม่รู้ว่าจะเดินวันนี้ เพราะมัวแต่ไปนั่งสมาธิ แต่ว่าวันนี้เดินก็เดินด้วยเลย" ..... นั่งสมาธิ??? นั่งตอนไหน นั่งทำไม ผมงงเลยถามไปว่าท่านนั่งทำไมครับ ท่านตอบว่านั่งตอนไทยแข่งนัดชิง เดินขึ้นเดินลง ระหว่างที่นั่งดูกับห้องรับรอง มันตื่นเต้นจนไม่รู้จะทำไง 
 
555 ผมฮา ฮาตรงที่ท่านเป็นคนง่ายๆ คุยสบายๆ แบบนี้ และในระหว่างการเดินผมก็ไม่พลาดที่จะถามถึงเรื่องราวต่างๆ และได้คำตอบจากท่านมาหลายเรื่อง ผมรู้สึกว่าการเดินครั้งนี้คุ้มค่าสำหรับผมมากๆ เพราะเรื่องราวแผนงานของสมาคมมีแต่เรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุมสัมนาโค้ชทั่วประเทศ,แผนงานสร้างทีมเอทีมบี,โครงการปั้นเด็กสูง,การพัฒนาทีมชาย,ส่งเสริมทีมชายหาด,แผนงานซีเกมส์,เอเชี่ยนเกมส์,ชิงแชมป์โลก สรุปว่าทุกอย่างอยู่ในกระบวนการดำเนินงานทั้งนั้น
 
ผมมีอีกคำถามคือเรื่องตำแหน่ง หากหมดวาระไปจะทำไง ท่านบอกว่าผมก็ต้องทำตามกฎของสมาคม เรามีหน้าที่ทำงานในช่วงที่มีตำแหน่งก็ทำให้มันดีที่สุดให้สมกับการได้รับการไว้วางใจ หากหมดวาระก็ยินดีที่จะให้คนอื่นมาสานต่อ เพราะเราโปร่งใสในการทำงานทุกเรื่อง ..... ผมว่าเป็นเรื่องที่โชคดีของวงการวอลเลย์บอลจริงๆ 
 
...................................................
 
มาต่อกันที่เรื่องของทีมตบสาวไทย เรื่องนี้ค่อนข้างใช้เวลาในการเข้ามาอยู่กับทีม หลังจากที่ผมพึ่งก้าวเข้ามาอยู่ในวงการแค่ปีกว่าๆ แต่ผมก็ได้รวมรอบและสังเกตุการณ์มาโดยตลอด แต่ขอเล่าช่วงที่ได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ 1 วัน ขอการโชว์ตัว 
 
 
งานโชว์ตัวของนักกีฬาที่ถือว่าเป็นวันที่หนักที่สุดคือวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมาเพราะต้องออกไปร่วมงานของการไฟฟ้าตั้งแต่ 8 โมงเช้า ต่อด้วยพบนายกตอน 10 โมงที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะแวะงานแถลงข่าวของโรงพยาบาลกรุงเทพตอน 11 โมง และมาทานข้าวเที่ยงที่บ้านคุณสุวัจน์ จากนั้นออกเดินทางพบท่านบรรหารตอนบ่าย ทุกงานใฃ้เวลาไม่นานจะประมาณ 30 นาที แต่ที่นานคือการที่ต้องถูกรุมถ่ายรูป ทำไงได้เพราะเป็นคนของประชาชนไปแล้วซึ่งทุกคนก็ไม่มีอาการปฎิเสทแต่อย่างใด 
 
 
การเดินทางยังไม่หยุดเท่านั้นเมื่อต้องเดินทางต่อไปที่จ.นครราชสีมา สถานที่ทีมตบสาวไทยคว้าแชมป์ พอทุกคนประจำการขึ้นรถตู้ได้เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ผมนั่งดูแต่ล่ะคน(เฉพาะคันที่ผมนั่ง) ท่าทางเพลียมากๆ และ ก็หลับแบบไม่ต้องห่วงสวยกันเลย เพราะว่าต้องตื่นแต่เช้ากันมาแล้วต้องเดินทางติดๆกัน ผมไม่รู้จะบรรยายยังไงว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ ที่หลายๆคนได้เห็นฉากหน้าที่มารุมขอถ่ายรูป มารุมขอจับมือ เบื้องหลังมันน่าสงสารแค่ไหน แต่รู้ไหมครับว่าเขาทุกคนพร้อมและเต็มใจที่จะทำ 
 
อาการเหนื่อยถูกโยนทิ้งเมื่อล้อรถตู้จอดและประตูถูกเปิดออก ทุกคนกลับมายิ้มแย้มแจ่มใสอีกครั้งต่อหน้าแฟนๆ ขึ้นรถแห่ขบวนแห่อ้อมเมือง ก่อนที่จะมาเจองานมีทแอนด์กรี๊ดที่เอ็มซีซีฮอลล์ และ เป็นไปตามคาดเมื่อฮอลล์แทบแตกคนมาขอถ่ายรูปเยอะมากๆ สงสารนักกีฬาก็ตอนที่กำลังจะกินข้าวล่ะครับ กำลังจะตักเข้าปากก็โดนขอถ่าย 555+ จนมันถึงขั้นที่ต้องเอากระดาษมาปิดหน้านักกีฬา (หน่อง) เพื่อให้คนถอยและได้กินข้าว แต่ก็กันได้ไม่นาน อีกคนที่หน้าสงสารคือบะหมี่เหมือนจะเมาแฟลชถึงขั้นที่เอามือปิดตาไปพักนึงเลย แต่ทุกคนก็ยังยิ้มได้..... ^^
 
 
ผมขอตัดเรื่องราวตรงนี้มาที่การพูดขอบคุณของกัปตันกิ๊ฟที่เป็นตัวแทนของทีมตบสาวไทย เขากล่าวประโยคนึงไว้ที่มันทำให้ผมรู้สึกขนลุก " ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้กับเรา ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะ ทั้งที่มาชมที่ในสนามและที่ส่งกำลังใจมาจากทางบ้าน พวกเราทุกคนได้รับมันแล้ว ขอบคุณทีมงานสต๊าฟโค้ชทุกคน และ ขอบคุณสมาคมที่นายกเคยบอกและสอนพวกเราไว้ว่า ให้เราเล่นเพื่อชาติ แล้ววันนึงชื่อเสียงและเงินทองก็จะตามมาเอง" 
 
 
 
มาที่เรื่องสุดท้ายสำหรับเรื่องของโค้ชอ๊อด คนๆนี้ผมออกตัวก่อนนะครับ ไม่ได้จะมาเลียหรือยกย่องอะไร เพราะผมก็เคยโดนแกจัดหนักมาแล้วตอนเป็นนักข่าวใหม่ๆ แต่วันนี้ผมกล้าที่จะพูดได้เต็มปากเต็มคำ หลังจากที่ขอแกมานานว่าอยากจะเข้าไปดูการประชุมทีมอยากรู้ว่าทำอะไรกันบ้างวางแผนไงเตรียมการยังไง และ วันนี้ผมก็ได้โอกาสนั้นแล้ว....
 
เรื่องราวที่โค้ชอ๊อดเล่าให้ผมฟังนั้นเป็นเรื่องราวจาก 16 ปีที่ผ่านถึงการทำงาน การปั้นสอนนักกีฬา หลากหลายประสบการณ์ที่แกเล่าเป็นฉากๆ ผมถามโค้ชอ๊อตว่า 16 ปีที่แล้วกับตอนนี้รู้สึกแตกต่างกันอย่างไร โค้ชอ๊อตบอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนมีเยอะ การทำงาน ทีมงาน และ ความกดดัน
 
มันเป็นความกดดันในทางที่ดีต่อการทำงานของเรา ที่เราพยายามจะผลักดันให้ทีมของเราเข้ามาอยู่ระดับนานาชาติ จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่เราชนะญี่ปุ่นในปี 2001 ของการแข่งขันม.โลก มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะ
และทำให้ทีมถูกเชิญไปแข่งเวิลด์กรังปรีซ์ แต่ไปแล้วก็แพ้ ไม่ชนะทีมใด สิ่งที่ได้ปลอบใจคือเซตจากบราซิล (แต่บราซิลตอนนั้นยังไม่เก่ง) มีโค้ชของเยอรมันที่เดินมาบอกว่า ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้ล่ะ จนทำให้เราต้องทำงานอย่างหนักในปีต่อๆมา อีกอย่างโค้ชอ๊อตบอกว่า 16 ปีที่ผ่านมา วรรณา บัวแก้ว คือคนที่ฟิตที่สุดในทีม เขาวิ่งระยะทาง 2,000 เมตร ใช้เวลาเพียงแค่ 8 นาที เศษๆเท่านั้น 
 
อีกอย่างโค้ชอ๊อตบอกว่าการได้อันดับที่ 13 ของเวิลด์กรังปรีซ์ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่มันเป็นเรื่องที่ดี ที่นักกีฬาดาวรุ่งเราได้ประสบการณ์ ส่วนนักกีฬาเก่าได้เพิ่มความมั่นใจ นอกจากนั้นโค้ชอ๊อตได้เปิดแผนการเล่นของทีมและการทำข้อมูลคู้ต่อสู้ให้ดู ผมได้แต่ทำหน้าหมางง แล้วโค้ชก็บอกว่า "เชื่อไหมนักกีฬาทีมเราเก่งเขาจำได้หมดว่าต้องเล่นอย่างไร คู่แข่งจะมาแบบไหน " จนสุดท้ายแล้ว(รวบเลยแกโม้ให้ฟังเยอะพิมพ์ไม่ไหว 555+ ) โค้ชอ๊อตบอกความลับอย่างนึงให้ฟังว่า "ผมไม่เก่ง แต่มีคนที่เก่ง มาทำงานร่วมกับผม จนทำให้ประสบความสำเร็จ"
 
 
และนี่คือเรื่องที่ทั้งสามส่วน สมาคม,นักกีฬา,โค้ช ที่เขามีเรื่องราวอีกมุมที่เราไม่ได้เห็นนอกจากฉากหน้าของความสำเร็จ แต่นี่ก็เป็นมุมของการทำงานของผมที่ได้ไปซึมซับมาเล่าต่อให้ได้ทราบกัน....สวัสดี
 
### เอก ประวิตร ###
ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว:S! News


ประชาสัมพันธ์ข่าวโดย : 
สุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

นายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
หนังสือพิมพ์กริชโพสต์

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
สำนักข่าว WiFi Phitsanulok

และAdmin Blogger @ สำนักข่าว WiFi Phitsanulok


 

หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มพลังมวลชน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันมอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก


หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มพลังมวลชน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันมอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ก่อนเกษียณอายุราชการ หลังจากปฎิบัติราชการบนศาลากลางจนวินาทีสุดท้าย

    เมื่อเวลา 16.30 น.วานนี้ ( 30 ก.ย.56 ) ที่บริเวณหน้ามุก ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มพลังมวลชน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ต่างมายืนตั้งแถวเพื่อรอส่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หลังจากครบกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2556 นี้ ซึ่งในมือทุกคนมีทั้งดอกไม้ ของที่ระลึก เพื่อที่จะมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกและนายกเหล่ากาชาดด้วยความเคารพ จากนั้นในเวลา 16.49 นาที ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วย
นายกเหล่ากาชาดได้จุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธ์ภายในห้องทำงาน พร้อมถวายพวงมาลัย กราบพระพุทธชินราชจำลองบริเวณห้องโถงชั้น 2 ศาลากลางจังหวัด จากนั้นเดินลงมาพบปะกับหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มพลังมวลชน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกที่ตั้งแถวรอรับ พร้อมรับมอบดอกไม้และของที่ระลึก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความซาบซึ้ง บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เข้าไปสวมกอดผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยความรักและเคารพ พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมส่งในครั้งนี้ จากนั้นกองเกียรติยศจากกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนของจังหวัดพิษณุโลกตั้งแถวเพื่อแสดงความเคารพ ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเหล่ากาชาดถวายพวงมาลัยพระบรมรูปรัชการที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกก่อนจะขึ้นรถขับออกจากศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก
  

เนื้อหาและภาพข่าวโดย เสรีย์ ศรีพราย  , Warunyu Boonlue

และทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก


ประชาสัมพันธ์ข่าวโดย : 
สุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

นายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
หนังสือพิมพ์กริชโพสต์


บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
สำนักข่าว WiFi Phitsanulok

และAdmin Blogger @ สำนักข่าว WiFi Phitsanulok