แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเตือนภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเตือนภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ล่าไอ้แบงค์! แชตเฟซบุ๊กลวงสาว 17 หายจากบ้าน


ล่าไอ้แบงค์! แชตเฟซบุ๊กลวงสาว 17 หายจากบ้าน นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
วันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.ท.บรรจง ชาสังข์ พงส.ผนพ.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากแม่วัย 51 ปี ชาว อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ว่าลูกสาววัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกนายแบงค์ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊กล่อลวงออกจากบ้านพักไปตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นไม่สามารถติดต่อกันได้
ผู้ปกครองรายดังกล่าวให้การว่า ลูกสาวบอกเพียงว่าจะไปหานายแบงค์ที่ห้างบิ๊กซีสาขาอุดรธานี โดยแต่งตัวด้วยชุดกางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีส้ม คลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีเขียวอ่อน สวมรองเท้าแตะรัดข้อมีส้นสูง สวมแหวนทองที่ มือซ้าย สะพายกระเป๋าสีชมพู โดยในช่วงเย็นยังติดต่อกันทางโทรศัพท์มือถือได้ โดยลูกสาวบอกว่านายแบงค์และเพื่อนบังคับให้ไปอยู่ในหอพักหลังตลาดผ้าโบ๊เบ๊ ถนนรอบเมือง ห่างจากบิ๊กซีประมาณ 4 กิโลเมตร จากนั้นโทรศัพท์มือถือถูกปิดเครื่องไป ทำให้เชื่อว่าลูกสาวถูกล่อลวงไปทำอนาจาร จึงรีบเข้าแจ้งความดังกล่าว
ต่อมาร.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ พิมพ์กิรติ และร.ต.ท.คมกริช ศรีหริ่ง รอง สว.สส. นำกำลังพร้อมภาพถ่ายของนักเรียนสาววัย 17 ปี รายดังกล่าว ไปตรวจสอบตามหอพักหลังตลาดผ้าโบ๊เบ๊ ตามคำให้การของผู้ปกครอง เบื้องต้นยังไม่พบตัว แต่สอบปากคำพยานในพื้นที่ให้การว่า พบเห็นนายแบงค์และเพื่อนอายุใกล้เคียงกันอีก 2 คน ขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนมารับนักเรียนสาวคนดังกล่าวไปตั้งแต่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
ร.ต.อ.กฤศณัฏฐ์เผยว่า เบื้องต้นนำข้อมูลที่ได้รับจากผู้ปกครองนักเรียนสาวที่เข้า เป็นชื่อในเฟซบุ๊กว่า ′ชายแบงค์โสด′ ไปตรวจสอบพบข้อมูลระบุในเฟซบุ๊กดังกล่าวว่า เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.กำแพงเพชร ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงราย และมาจาก จ.ชลบุรี ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นข้อมูลจริง หรือเป็นข้อมูลที่ใช้สำหรับล่อลวงหญิงสาวทางเฟซบุ๊ก
ร.ต.อ.กฤศณัฏฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้นำภาพของนายแบงค์ประสานไปตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบประวัติ เนื่องจากมีใบหน้าคล้ายแก๊งทวงหนี้จาก จ.ชลบุรี ซึ่งเข้ามาหากินอยู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี และมีพฤติกรรมล่อลวงหญิงสาวไปเพื่อทำอนาจาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใช่รายเดียวกันหรือไม่ นอกจากนั้นยังจะประสานไปยังทางท้องที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร ที่นายแบงค์ระบุว่าเป็นนักศึกษาอยู่ที่นั่นด้วย เพื่อดำเนินการเร่งสืบสวนหาตัวนักเรียนสาวที่ถูกล่อลวงไปกลับมาให้เร็วที่ สุด
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

จังหวัดพิษณุโลก ออกมาตรการเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดอุบัติภัยในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ปี 2556



    นายวัฒนะ  กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่าเนื่องด้วยใน วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นวันลอยกระทงตามประเพณีไทย หลายพื้นที่ของจังหวัดจะจัดให้มีงานเทศกาลวันลอยกระทง  โดยมีช่วงระยะเวลาการจัดงานแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และประชาชนจะเดินทางท่องเที่ยวไป ยังสถานที่ต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อร่วมงานเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งใช้สถานที่ริมน้ำ โป๊ะท่าเทียบเรือโดยสาร เส้นทางคมนาคมทางน้ำ เป็นสถานที่ลอยกระทง และจะมีจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ และปล่อยโคมลอยเพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อาจเป็นเหตุให้เกิดอัคคีภัย อุบัติเหตุจากการจราจรทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อเป็นการเตรียมกันป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงขอให้อำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำชับให้นายทะเบียนท้องถิ่นเข้ม งวด กวดขัน การพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง รวมทั้งตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิง รวมทั้งตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิง ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยให้ดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 โดยเคร่งครัด กำชับให้ผู้อำนวยการหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตรวจตราอาคารสถานที่โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสารที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง ที่อาจก่อให้เกิดสาธารณภัยได้โดยง่าย ให้แจ้งหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ เพื่อตรวจสอบ ซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรงตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ให้ผู้อำนวยการท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที กำชับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่จะจัดงานเทศกาลลอยกระทง เตรียมการป้องกันและระมัดระวังเพื่อมิให้เกิดอุบัติภัยจากการจุดพลุ ประทัด หรือดอกไม้เพลิง รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับลอยกระทง กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยทางถนน และเข้มงวด กวดขัน ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามมาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร.
ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการเกิดอัคคีภัยหรืออุบัติภัย สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์หมายเลข 055 - 230398 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ขอขอบพระคุณ


ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก
เนื้อหาและภาพข่าวโดย เสรีย์ ศรีพราย  , Warunyu Boonlue

สำนักงานสาธารณสุขพิษณุโลก แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังการระบาดของโรคที่มากับช่วงฤดูหนาวพร้อมแนะนำ 4 สิ่งควรทำและ 5 สิ่งที่ต้องเลี่ยง




    นายแพทย์บุญเติม  ตันสุรัตน์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกเปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งมีอากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลหากร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆได้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกจึงขอแจ้งเตือนประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกให้เฝ้าระวังการระบาดของโรคที่มักมากับช่วงฤดูหนาวทุกปี ซึ่งโรคดังกล่าวมักเกิดในชุมชนเมืองที่มีผู้อาศัยอยู่อย่างแออัด  ซึ่งสภาพอากาศที่เย็นลงเอื้อต่อการเกิดโรคบางชนิดเจริญเติบโตได้ดีโดยเฉพาะเชื้อไวรัสซึ่งทำให้เกิดโรคติดต่อหลายโรคที่มักพบในฤดูหนาว  ได้แก่  โรคไข้หวัดนก,  ปอดบวม,  มือเท้าปาก,  หัด,  หัดเยอรมัน,  สุกใส,  และโรคอุจจาระร่วง  สำหรับกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงป่วยง่ายกว่าคนประชาชนทั่วไป  ได้แก่  ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก  ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง  เช่นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ  โรคปอด  โรคโลหิตจาง  เนื่องจากมีภูมิต้านทานที่ต่ำอยู่แล้ว จากการติดตามสถานการณ์ฤดูหนาว ของจังหวัดพิษณุโลกในปีที่ผ่านมา  (เดือนพฤศจิกายน 2555 – กุมภาพันธ์ 2556) พบผู้ป่วยจากโรคฤดูหนาวในช่วงเวลาดังกล่าว อันดับแรกได้แก่โรคอุจาระร่วง  พบผู้ป่วยจำนวน 4,759 ราย รองลงมาคือ ไข้หวัดใหญ่ 1,266  ราย ปอดบวม 811 ราย, สุกใส 349 ราย และ หัด 7 ราย สำหรับโรคอุจจาระร่วงในฤดูหนาว ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส โรต้าไวรัส  (Rotavirus) มักเกิดขึ้นกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ติดต่อโดยการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนเข้าไป โดยเด็กจะถ่ายอุจาระเป็นน้ำหรือถ่ายเหลวบ่อยครั้งโดยทั่วไปอาการไม่รุนแรง แต่เด็กบางคนอาจขาดน้ำรุนแรง หากมีเด็กในบ้านถ่ายเหลว บ่อยๆเช่น น้ำข้าวต้ม  น้ำแกงจืด  แต่วิธีการป้องกันอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งสะอาด ปลอดภัย เด็กมีภูมิต้านทานเชื่อโรคต่างๆ ได้ดี ผู้ที่ดุแลเด็กต้องล้างมือด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ให้เด็กกินอาหารที่กินใหม่ๆ และดื่มน้ำต้มสุก โดยให้เด็กที่ป่วยถ่ายอุจาระลงในภาชนะที่มิดชิด  แล้วนำไปกำจัดในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย
            นอกจากนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกยังได้ฝากถึงการป้องกันโรคฤดูหนาว โดยกรมควบคุมโรคได้ออกคำเตือนภัยแก่ประชาชนในการป้องกันภัยหนาว โดยแนะนำ 4 สิ่งควรทำและ 5 สิ่งที่ต้องเลี่ยง คือ
            4 สิ่งควรทำได้แก่
1.รักษาความอบอุ่นของร่างกาย
2.รับประทานอาหารมีประโยชน์และเพิ่มพลังงาน
3.ออกกำลังกาย พอเหมาะสม่ำเสมอ
4.เจ็บป่วย ไม่สบาย รีบพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
            5 สิ่งที่ต้องเลี่ยง ได้แก่
1.การดื่มสุราเพื่อแก้หนาว
2.การผิงไว้ในที่อับอากาศ
3.นอนในที่ลมโกรก โดยไม่มีเครื่องป้องกัน
4.ผู้ปกครองอย่านำเด็กเล็กเข้าใกล้ควันไฟ หรือห่มผ้าคลุมศีรษะจนหมด
5.อย่าคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
    หากประชาชนทั่วไปมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่  กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก  หมายเลขโทรศัพท์  055-252052 ต่อ  651-6

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ธนาคารกสิกรออกชี้แจงข่าวลือดังกล่าวแล้ว ตู้เอทีเอ็มตึกออลซีซั่น ถูกแฮก! สูญหลายหมื่น


(7 พ.ย.) สำนักข่าวWifi พิษณุโลกอ้างแหล่งข่าวจาก ทวิตเตอร์ วิทยุ จส.100 (@js100radio) ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับการใช้บริการกดเงินสดผ่านตู้เอที เอ็ม ภายในอาคารออลซีซั่น ย่านสาทร หลังพบผู้เสียหายจำนวนมาก ถูกโจรกรรมข้อมูล สููญเงินในบัญชีหลายหมื่นบาท
ตามรายงานระบุว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากกระแสข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ต่อมาได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ว่าเกิดกรณีกดเงินผ่านตู้เอทีเอ็มและพบว่าถูกโจรกรรม เบื้องต้นพบผู้เสียหายกว่า 30 ราย เงินในบัญชีสูญหายไปตั้งแต่ 30,000 - 70,000 บาท โดยตู้เอทีเอ็มที่มีปัญหาพบว่าเกิดปัญหาตั้งอยู่ที่ย่านถนนวิทยุ ได้แก่ อาคารออลซีซั่น และอาคารโรเล็กซ์
พ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ลุมพีนี ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนว่า งดใช้บัตรเอทีเอ็มทุกธนาคารกดเงินที่อาคารออลซีซั่นและอาคารโรเล็กซ์ หลังพบผู้เสียหายหลายราย เบื้องต้นพบว่า ข้อมูลถูกโจรกรรมโอนเงินไปยังประเทศยูเครน ขณะนี้กำลังสืบสวนสอบสวนอยู่
ขณะที่ทางด้าน สมาคมธนาคารไทย สั่งงดใช้บริการตู้เอทีเอ็มที่อาคารดังกล่าวที่กล่าวข้างต้น พร้อมกับแจ้งเตือนว่า ควรใช้มือบดบังขณะกดรหัสเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นทางธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

จากเหตุกาณ์ดังกล่าว ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาชี้แจงข่าวลือดังกล่าว โดย

ธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงข่าวลือกรณีตู้เอทีเอ็มของธนาคารถูกคัดลอกข้อมูลบัตร โดยยืนยันว่าลูกค้าสามารถใช้บริการตู้เอทีเอ็มได้ตามปกติอย่างปลอดภัย ซึ่งธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงว่า
 
"ตามที่ได้มีการส่งข้อความทางช่องทางต่างๆ ให้งดการใช้บริการทางตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยในช่วงนี้ ธนาคารขอยืนยันว่าลูกค้าสามารถใช้บริการตู้เอทีเอ็มได้ตามปกติอย่างปลอดภัย สำหรับกรณีอันเกี่ยวเนื่องจากการคัดลอกข้อมูลบัตรเอทีเอ็มในครั้งนี้ มีบัตรเดบิตเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งบัตรของธนาคารอื่นได้รับผลกระทบ ซึ่งการถูกคัดลอกข้อมูลเกิดจากเอทีเอ็ม 2-3 ตู้ ของหลายธนาคารบริเวณ ถ.วิทยุ ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่เกิดความเสียหายในลักษณะดังกล่าว ธนาคารเจ้าของบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบให้ทั้งหมด"
 
ก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายที่ใช้บริการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ , ธนาคารกสิกรไทย , ธนาคารไทยพาณิชย์ , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , ธนาคารธนชาติ ภายในอาคารออลซีซั่น ถ.วิทยุ และบริเวณใกล้เคียง ทยอยเข้าเเจ้งความกับตำรวจ สน.ลุมพินี ว่า ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ไปทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็ม หลังจากนั้นได้ตรวจสอบบัญชี ปรากฎว่าผู้เสียหายซึ่งขณะนี้มีเกือบ 50 คน ต่างถูกถอนเงินไปจากบัญชีของบัตรเอทีเอ็มจำนวนคนละหลายพันบาทถึง 100,000 บาท 
 
โดยนางผกามาศ วิธีธรรม พนักงานบริษัท บอกว่า ได้ใช้บัตรเอทีเอ็มของธนากรุงเทพไปกดเงินที่ตู้กรุงศรีฯ ปรากฎว่าเงินหายไปจากบัญชีจำนวน 12,000 บาท อีกวันนำบัตรเอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ไปกดเงินตู้ธนาคารกรุงเทพ เงินหายไป 1,800 บาท ต่อมาธนาไทยพาณิชย์ได้โทรมาแจ้งว่าได้ทำการอายัดบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ เนื่องจากมีการถอนเงินผิดสังเกตจากเมืองเคียฟ ประเทศยูเครน โดยขณะนี้มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความ ด้าน พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (6 พ.ย. 56) มีผู้เสียหายทยอยมาแจ้งความว่าถูกแฮกเงินจากบัญชี ตำรวจจึงได้บันทึกลงประจำวันและได้ประสานเจ้าหน้าที่ของทางธนาคารมาร่วมตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยมีแหล่งข่าวแจ้งว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากแก๊งมิจฉาชีพนำเครื่องสกิมเมอร์ไปลอบติดไว้ที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อคัดลอกข้อมูลไปทำการกดเงิน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวได้เคยตรวจจับได้มาก่อนหน้านี้
 




ขอบคุณข้อมูลจาก ทวิตเตอร์ วิทยุ จส.100 ทวิตเตอร์ วิทยุ จส.100 (@js100radio)
Spring News 

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

K-Cyber Banking ฝากข่าวเตือนภัย ระวังโปรแกรมโทรจัน/สปายแวร์ และ SMSปลอม


ฝากข่าวเตือนภัย ระวังโปรแกรมโทรจัน/สปายแวร์ และ SMSปลอม
แจ้งระวังโปรแกรมโทรจัน/สปายแวร์ จาก SMS ปลอมและอีเมล์ปลอม
 สนับสนุนเวปข่าวโดย:


  ภาพในบรรทัด 3

Prom Pron Clean & Care
พรหมพรคลีนแอนด์แคร์
089-859-9919
น้ำยาล้างห้องน้ำดับกลิ่นฆ่าเชื้อคุณภาพสูง
ตัวยาสกัดจากสารของใบพืชที่
ปราศจากพิษ
กำจัดกลิ่น ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่

ทรงประสิทธิภาพใช้ได้สะดว
กปลอดภัย
ได้ผลอย่างแท้จริง

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

(ข่าวเตือนภัย)หนุ่มพิเรนทร์ ฉีดลมอัดก้นเด็ก 4 ขวบ ไส้แตก-ดับอนาถ

หนุ่มพิเรนทร์ ฉีดลมอัดก้นเด็ก 4 ขวบ ไส้แตก-ดับอนาถ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3


           หนุมพิเรนทร์ ฉีดลมอัดก้นเด็ก 4 ขวบ โดยอ้างพาไปทำความสะอาดตัวเนื่องจากเด็กตัวเลอะรำข้าว เปิดหัวฉีดลมแรง 100 ปอนด์ จนไส้แตก-ดับอนาถ

           วานนี้ (11 ตุลาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า เด็กวัย 4 ขวบ ถูกผู้ใหญ่แกล้งโดยใช้หัวฉีดลมแรงดันสูง ฉีดอัดเข้าที่ทวารหนักของเด็กจนไส้แตกเสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ 

           ทั้งนี้ พบว่า เด็กที่เสียชีวิตชื่อ เด็กชายอริญชัย พุ่มดอกไม้ น้องปอนด์ อายุ 4 ปี โดยศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเวียงคอย อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งนางสาวสุนารี ม่วงคำ อายุ 32 ปี แม่ของน้องปอนด์ ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อเช้าวันที่ 10 ตุลาคม ที่่ผ่านมา ตนพาน้องปอนด์ไปเล่นที่โรงสีเพชรสมบูรณ์ ที่ทำงานของตน ส่วนน้องปอนด์ชอบดูรถตักรำข้าว จึงเข้าไปดูจนเนื้อตัวเลอะเทอะไปด้วยรำ สักพักนายก้อย หรือ นายสิทธิศักดิ์ เถื่อนไพร ก็พาน้องปอนด์ไปเป่าลมทำความสะอาด ต่อมาก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้จ้า ซึ่งตอนนั้นตนยังไม่ได้เอะใจอะไร 

           แม่ของน้องปอนด์ เล่าต่อว่า ต่อมานายก้อยก็รีบอุ้มน้องปอนด์มาหา บอกว่าตะคริวกินท้องน้องปอนด์ เพราะเห็นท้องน้องปอนด์บวมเป่ง นอกจากนี้ ยังมีเลือดและอุจจาระออกทางก้นน้องปอนด์ ด้วยความตกใจตนเลยพาน้องปอนด์ไปล้างก้น และส่งสถานีอนามัยใกล้บ้าน โดยน้องปอนด์บอกกับตนว่า ลุงก้อยทำปอนด์ แต่เมื่อไปถึงสถานีอนามัย อาการของน้องปอนด์ก็ยังไม่ดีขึ้น จนต้องนำตัวไปส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้า และน้องปอนด์ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

           ทั้งนี้ แพทย์ระบุสาเหตุว่า น้องปอนด์ลำไส้ฉีกขาดรุนแรงเนื่องจากแรงอัดและความดันสูง ซึ่งพบว่าท้องลูกชายมีลมอยู่ราว 30 ปอนด์ ส่วนนายก้อยมักมีนิสัยชอบเล่นรุนแรงกับเด็ก แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำกับลูกชายของตนได้ขนาดนี้ 

           ส่วนทางคุณพ่อของน้องปอนด์ เล่าว่า น้องปอนด์นิสัยร่าเริง และชอบดูรถตักเครื่องรำ พอมาเกิดเหตุอย่างนี้ตนรู้สึกหัวใจสลายมาก ๆ เพราะคิดว่าผู้ใหญ่ไม่น่าจะเล่นกับเด็กรุนแรงขนาดนี้เลย 

           ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ได้เรียก นายก้อย หรือ นายสิทธิศักดิ์ เถื่อนไพร อายุ 34 ปี มาสอบสวน โดย นายก้อย อ้างว่า เป็นการเล่นกับน้องปอนด์เท่านั้น เพราะเห็นเนื้อตัวสกปรกไปด้วยรำข้าว จึงพาไปทำความสะอาด โดยเปิดเครื่องปั๊มไล่ลมในโรงสีที่มีความแรง 100 ปอนด์ ใช้สายลมฉีดพ่นไล่เศษละอองรำข้าว ฉีดพ่นเข้าไปในกางเกงของเด็กและบริเวณก้นของน้องปอนด์ แต่ไม่คิดว่าลมที่เป่าเข้าไปนั้น จะเข้าไปในช่องทวารหนักของน้องปอนด์จนถึงกับทรุดนั่งเอามือกุมท้อง ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปดูใช้มือกดท้องดู พอเห็นท้องบวมและแข็งมากก็ตกใจมาก รีบอุ้มน้องปอนด์ขึ้นบ่าไปส่งแม่เด็กทันทีเพื่อนำส่งหมอ
           อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

(ข่าวเตือนภัย)หนุ่มแชตไลน์ลวงเป็นดารา ข่มขืนนศ.นับ 10 ราย

หนุ่มแชตไลน์ลวงเป็นดารา ข่มขืนนศ.นับ 10 ราย

หนุ่มอดีตช่างไฟฟ้าแชทไลน์อ้างเป็นดารา หลอกข่มขืนและลักทรัพย์นักศึกษาสาว เหยื่อนับ 10 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 ต.ค.) สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี แถลงข่าวจับกุมนายฐิติ แก้วสว่าง อายุ 39 ปี อดีตช่างไฟฟ้าเทศบาลเมืองคลองหลวง จ.ปทุมธานี ในข้อหาหาลักทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ พร้อมของกลางเป็นกระเป๋า 10 ใบ โทรศัพท์มือถือรวม 5 เครื่อง และเงินสด 38,000 บาท โดยมีผู้เสียหายหญิง 4 คนเข้าแจ้งความว่าถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกไปลวนลวม และขโมยทรัพย์สินรวม 12 รายการ รวมมูลค่า 125,700 บาท
จากการสอบสวน นายฐิติรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้โปรแกรมแชทไลน์ในสมาร์ทโฟน นำรูปและชื่อของดารานายแบบชื่อดังมาใช้แอบอ้าง แล้วเลือกพูดคุยกับเหยื่อสาวที่หน้าตาดี โดยเฉพาะนักศึกษา จนเหยื่อหลงเชื่อว่าตนเป็นดาราจริง จากนั้นจะนัดเหยื่อมาพบ โดยออกอุบายว่าจะให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นกะเทยไปพบก่อน เมื่อผู้จัดการตรวจดีแล้วว่าเหยื่อสาวไม่มีกล้องถ่ายรูปหรือเครื่องบันทึก เสียง ตัวดาราจะเข้าไปพบ โดยตนเคยหลอกเหยื่อไปลวนลามและข่มขืนตามโรงแรมต่างๆ รวมทั้งขโมยทรัพย์สินพวกกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือไปด้วย ประมาณ 7 ครั้ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนถึงประชาชนว่าในสังคมออนไลน์ มีคนร้ายใช้เป็นเครื่องมือในการทำผิดกฎหมาย อย่าหลงเชื่อเพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิตได้

 ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว:S! News

ตำรวจนครบาล 7 จับ อาจารย์เชน หมอดูเก๊ หลอกเหยื่อสาววัยรุ่นเข้าม่านรูดไปดูดวง


จับหมอดูหื่น อาจารย์เชน หลอกสาวดูดวงไปข่มขืน
(11 ต.ค.) ตำรวจนครบาล 7 จับ อาจารย์เชน หมอดูเก๊ หลอกเหยื่อสาววัยรุ่นเข้าม่านรูดไปดูดวง-สะเดาะเคราะห์ ก่อนปลุกปล้ำข่มขืนยับ ชิงเงินเเหยื่อซ้ำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บวรมงคล ทำการจับกุมตัว นายภาคิน ธนวัสวัสวงษ์ หรือ อาจารย์เชน อายุ 32 ปี ได้ที่ห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้า หลังก่อเหตุล่อลวงหญิงสาวอายุ 20 ปี ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยอ้างเป็นหมอดูดวง ประกาศรับดูดวงตามเว็บไซต์ต่างๆ ก่อนจะล่อลวงเหยื่อสาวไปข่มขืนกระทำชำเรา
ตามรายงานระบุ ว่า อาจารย์เชน ได้ประกาศรับดูดวงผ่านทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีลูกค้าเป็นผู้หญิงวัยรุ่นและวัยกลางคน เมื่อมีลูกค้าสนใจก็จะติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ ก่อนจะให้เหยื่อผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีและนัดพบกันที่ห้างสรรพสินค้า พาไปดูดวงและทำพิธีสะเดาะเคราะห์ในโรงแรมม่านรูดย่านจรัญสนิทวงศ์ มีการจัดฉากทำพิธีอย่างสมจริง ก่อนจะปลุกปล้ำข่มขืนเหยื่อสาวและขโมยเงินหลบหนีไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายภาคิน หรือ อาจารย์เชน ให้การรับสารภาพว่า ประกาศรับดูดวงในลักษณะดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีแล้ว ดูดวงครั้งละ 500-2,000 บาท เคยก่อเหตุล่อลวงและข่มขืนเหยื่อสาวมาประมาณ 5 ครั้ง ทั้งนี้จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในบัญชีของผู้ต้องหา พบว่ามีการโอนเงินเข้ามากกว่า 10 ครั้ง ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างดูดวงที่ลูกค้าต้องชำระล่วงหน้า



ประชาสัมพันธ์ข่าวโดย : 
สุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

นายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
หนังสือพิมพ์กริชโพสต์
บรรณาธิการข่าว ออนไลน์ สำนักข่าว WiFi Phitsanulok
และAdmin Blogger @ สำนักข่าว WiFi Phitsanulok

 

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

เตือนภัย !!! กดเงินสดจากตู้ AEON จะเสียค่าธรรมเนียมมหาโหด


เรื่องมันมีอยู่ว่า
ตอนวันอาทิตย์ ที่ 22/9/56 ได้ไปทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตอนกลับได้แวะกดเงินที่ตู้ ATM ตรงนั้นมันมีตู้ ATM เยอะมาก หลายธนาคาร ด้วยความเคยชินว่าเราใช้บัตรของ ธ.ไทยพาณิชย์อยู่ ตู้ไทยพาริชย์ก็ต้องสีม่วง พอเราเห็นตู้สีม่วง ก็นะไทยพาณิชย์แน่ ตรงนั้นมันมีตู้สีม่วง 2 ตู้ (ตามรูป) ถ้าเพื่อนๆสังเกตุดูดีๆนะ จากรูปด้านล่างมันไม่ใช่แค่ตู้เท่านั้นที่สีเหมือนกัน ปุ่มกด ช่องเสียบบัตร ปุ่มหน้าจอ เหมือนแทบทุกอย่าง

พอดีอีกตู้นึงมีคนกดอยู่เราเลย มากดไอ้ตู้สีม่วงอีกตู้นึงซึ้งอยู่ติดกันเลย  เสียบบัตรเข้าไป เชคยอดก่อนกด เห็นยอดเงินตอนแรก ตกใจนิดหน่อย (คิดในใจ) เอ๊ยย ทำไมยอดเงินเหลือ 1945 บาท หายไปไหน 100 หว่า เพราะเพิ่งโอนมาจาก ธ.กสิกรไทย ก่อนออกมาจากบ้าน 2000 ก็ไม่ได้อะไรมาก ช่างมันสงสัยธนาคาร (ไทยพาณิชย์) คงหักค่าอะไรไปช่างมัน เลยตัดสินใจ จะกดออกมา 1900 บาท แต่กดไม่ได้ พยายามกดหลายรอบ เลยมาอ่านหน้าจอระบบมันไม่ให้กด มันบอกต้องกดหลักพัน เลยตัดสินใจกดมา 1000 บาท (คิดในใจ) สงสัยตู้มันไม่มีแบ้งร้อยไม่เป็นไรมี 2 ตู้เดี่ยวส่วนที่เหลือ 900 ไปกดกับอีกตู้นึง 
กดเงินเสร็จ ใบสลิป ออกมาเราก็ดูนะ ในใบสลิปมันก็แจ้งว่า ค่าธรรมเนียม 0 บาท (ตามรูป)


เลยหันหน้าไปกด กับอีกตู้นึง กดทำรายการตามระบบเข้าไป ใส่จำนวนเลขที่จะถอน ใส่ไป 900 บาท ระบบขึ้นมาว่าจำนวนเงินในบัญชีไม่พอ (คิดในใจ) ไม่พอได้ไง ก็เมื่อกี้กดออกมาแค่ 1000 บาท ก็ต้องเหลือ 900 สิ 
เลยเชคยอดดู เอ๊ยยยยยยยย !!! ยอดเงินเหลือ 845 เงินหายอีกแล้ว 100 บาท หายไปไหนเนี้ย ชักยังไงๆๆ ต้องเป็นที่ตู้อันแรกแน่ๆๆๆๆ 
เพื่อความแน่ใจเลยกลับเอาบัตรไปเสียบตู้อันแรก เชคยอด แค่นั้นแหละ ช็อคคคคค !!! 
ยอดเงินเหลือ 745 บาท หายไปอีก 100 บาท แม่จ้าววว เลยมาดูตู้ดีๆ ถึงกับบางอ้อ นี่มันตู้ของ AEON อารมณ์นั้นคือโมโหมากกก เงินหายไปไหน แล้วมันค่าอะไร เลยโทรหาพี่ให้เชคยอดในอินเตอร์เน็ตให้ว่ามันเสียค่าอะไรไป 
พี่บอกว่าเป็นค่าธรรมเนียม ครั้งละ 100 บาท (ตามรูป) 


โอ้โหหหห เลยรีบไปติดต่อที่ธนาคารไทยพาณิชย์ว่านี่มันคือค่าธรรมเนียมอะไร ครั้งละ100 บาท แพงเว่อร์ไปไหม เจ้าหน้าที่ก็บอกว่ามันเปงตู้ของ AEON ลูกค้าโดนมาเยอะแล้วเหมือนกัน ด้วยเหตุที่ว่า ตู้สีม่วงเหมือนกัน ตั้งใกล้กัน ลูกค้าจึงเข้าใจผิดนึกว่าตู้ของไทยพาณิชย์ 
เราเลยรีบไปที่ AEON เพื่อสอบถาม
ไปถึงถามเลยคำแรก กดเงินกับตู้ AEON เสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 100 บาทเลยเหรอ
พนักงาน – ฟรีค่าธรรมเนียม
เรา – อ้าวแล้วทำไมนี่ไปกดเสีย 100 บาท แค่เสียบบัตรเข้าไปไม่กดเงินก็เสีย 100 บาท แล้วทำไมในใบสลิป มันเขียนว่าค่าธรรมเนียม 0 บาท เลยยื่นใบสลิปให้พนักงานดู พร้อมบัตร ATM เค้าบอกว่าก็คุณใช้บัตรของธนาคารอื่นก็ต้องมีค่าธรรมเนียม (ณ.จุดนี้อึ้งอะ ค่าธรรมเนียมครั้งละ 100 บาท มันเว่อร์ไปไหม แค่เสียบบัตรก็เสียเงิน 100 บาท ) แล้วในใบสลิปเขียนออกมาทำไม 0 บาท !!! 
คือนะ ใครจะว่าเราโง่ ไม่ดูให้ดีๆ หรือยังไงก็แล้วแต่ แต่ที่ออกมาเขียนนี่เพราะเดือนให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้
ในความคิดส่วนตัวนะ ถ้าตู้ของคุณจะเสียค่าธรรมเนียมมหาโหดขนาดนี้อะ ช่วยเอาไปวางไกลๆ จากตู้ ATM ที่เค้าเสียค่าธรรมเนียมแบบธรรมดาหน่อยก็ดีคะ ถ้าจะดีนะ เขียนป้ายติดไว้ด้วยรับเฉพาะบัตรของ AEON ถ้าใช้บัตรของธนาคารอื่นจะมีค่าธรรมเนียมครั้งละ 100 บาท

พอกลับมาที่บ้านเลยมาหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ถึงกับตาสว่างมันไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่โดนยังมีคนอื่นที่โดนก่อนเราอีก แต่ใครจะไปรู้หล่ะ ว่าจะมีค่าธรรมเนียมมหาโหดขนาดนี้ด้วย เพราะปกติทั่วไปค่าธรรมเนียมสูงสุดก็ 25 บาท ทุกธนาคาร



ส่วนนึงที่ยังข้องใจอยู่คือ ทำไมในใบสลิปที่คุณปริ้นออกมาให้เราคุณก็ระบุชัดเจนแล้วว่า ค่าธรรมเนียม 0 บาท
แต่ทำไมคุณมาคิดค่าธรรมเนียมจากบัญชี ครั้งละ 100 บาท แค่เสียบบัตรไปที่ตู้คุณโดยที่ไม่ได้กดเงินก็เสียแล้ว 100 บาท แบบนี้มันเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคไหม ตอนนี้กำลังทำเรื่องร้องเรียนกับ สคบ. อยู่ ไม่ใช่ว่าอยากจะได้ไอ้ 300 บาทที่เสียไปนั้นคืนหรอกนะ แต่มันโหดเกิ๊นไปไหม