แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทวิเคราะห์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทวิเคราะห์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

151 อาจารย์ ออกโรงปกป้องประชาธิปไตย


151 อาจารย์ ออกโรงปกป้องประชาธิปไตย ชี้ชัดนายกฯ-คณะต้องรักษาการตามกฏหมาย พร้อมทำประชามติรัฐธรรมนูญ.ปี2550 ด้านนานาชาติหนุนเลือกตั้ง
วรเจตน์ ภาคีรัตน์1
 สปป.แถลงโต้ข้อเสนอ”กปปส.”
ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) 151 คน ได้จัดแถลงข่าว “ยุบสภาผู้แทนราษฎร ต้องเลือกตั้งใหม่ คณะรัฐมนตรีต้องอยู่รักษาการ” โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ดร.ปิยะบุตร แสงกนกกุล และ ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ เป็นผู้ร่วมแถลง
ดร.ประจักษ์แถลงสรุปว่า สปป.เป็นการรวมตัวของนักวิชาการ และประชาชนหลากหลายอาชีพ ขอแถลงโต้แย้งประเด็นที่ กปปส., ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และนักวิชาการจำนวนหนึ่ง ที่นำเสนอความเห็นไปในทิศทางที่ขัดกับกติกาประชาธิปไตยในภาวะวิกฤตของบ้าน เมืองดังนี้
ยันรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ตั้งสภาปชช.ไม่ได้
1.การก่อตั้งสภาประชาชน  ความเคลื่อนไหวที่นำมาสู่การจัดตั้งสภาประชาชน มีที่มาจากข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลและรัฐสภาไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น รัฐบาลและรัฐสภาจึงหมดความชอบธรรม และจำต้องจัดตั้งสภาประชาชนด้วยการอ้างอิงมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ 2550 โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สมัชชาขอแถลงว่า กระบวนที่นำมาซึ่งการก่อตั้งสภาประชาชน โดยไม่เข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยวิถีทางปกติ ถือว่าไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และถือว่าเป็นการทำรัฐประหาร ทั้งนี้ จำต้องชี้แจงว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีฐานอำนาจตามรัฐธรรมนูญรองรับ จึงไม่มีผลทางกฎหมาย
นอกจากนี้ การอ้างอิงมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญเพื่อจัดตั้งสภาประชาชนนั้น ไม่สามารถทำได้เพราะไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เว้นแต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียก่อน ประการสำคัญ การนำเสนอเรื่องของสภาประชาชนไม่มีความชัดเจน ถึงความยึดโยงกับความเป็นตัวแทนของประชาชนไม่คำนึงถึงความเท่าเทียม และความหลากหลายทางความคิด โดยเฉพาะต่อประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมกับ กปปส.
2.ข้อเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางหลังการยุบสภา เป็นที่มาจากการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หรืออาจเรียกง่ายๆ ว่า “นายกฯคนกลางพระราชทาน” เป็นการพยายามตีความรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นไปตามครรลองของหลักการประชาธิปไตย และละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ภายหลังจากการยุบสภาจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มารับหน้าที่เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง
อีกทั้งกระบวนการใดๆ ที่ขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง เหนี่ยวรั้งให้การเลือกตั้งล่าช้า หรือสร้างสุญญากาศทางการเมืองถือเป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตยและรัฐ ธรรมนูญเสียเอง นอกจากไม่เป็นคุณต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ต้องเคารพในสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ความเท่าเทียม สันติภาพ และอาจนำไปสู่วิกฤตความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นด้วย
3.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สปป.ขอยืนยันว่ารัฐธรรมนูญเป็นกติกาประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายต้องให้ความเคารพ แต่รัฐธรรมนูญนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยเจตจำนงของประชาชนและต้องคำนึงถึงทั้ง หลักประชาธิปไตยและหลักการที่ไม่ทำลายสังคมประชาธิปไตยเสียเอง ทั้งนี้ หากมีความไม่เห็นพ้องต้องกันถึงกติกาประชาธิปไตยฉบับนี้ ก็สมควรจะร่วมกันหาทางออกที่ได้รับการยอมรับกันทุกฝ่าย สมัชชาขอเสนอว่าการร่วมกันออกแบบการทำประชามติ ในการแก้ไขหรือยืนยันการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ควรเป็นทางออกของสังคม (อ่านรายละเอียด น.2)
มะกันหนุนประชาธิปไตยลดขัดแย้ง
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นางเจน ซากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงแสดงความสนับสนุนอย่างแรงกล้าต่อการใช้สถาบันประชาธิปไตยและกระบวนการ ประชาธิปไตยในไทยเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวระบุว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ เพื่อเป็นหนทางก้าวไปข้างหน้าในท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและการ ประท้วงในเวลานี้
“เราสนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาความแตกต่างทางการ เมืองอย่างสันติและตามกระบวนการประชาธิปไตย ในทิศทางที่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนไทยและสร้างความเข้มแข็งให้กับ หลักนิติรัฐ” นางซากีกล่าว และว่า ทางกระทรวงต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรง และออกแถลงการณ์เรื่องการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคิดว่าเป็นความพยายามที่จะทำให้เห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ แก้ไขได้โดยสันติหรือไม่ ซึ่งจะได้เห็นกันว่าผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งสหรัฐจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแน่นอน แต่ไม่มีบทบาท หรือพันธะที่จะสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
รมต.เยอรมันแนะไทยอดกลั้น
นายกุยโด เวสเตอร์เวลเล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีได้ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุม ประท้วงในกรุงเทพฯ โดยเรียกร้องในแถลงการณ์ว่า ให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมเลือกที่จะใช้เหตุผลและความอดกลั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์หลุดออกนอกเหนือการควบคุม “การเผชิญหน้าไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองและการเจรจาอย่างเป็นประชาธิปไตยเป็น วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องในขณะนี้” นายเวสเตอร์เวลเลกล่าว
รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนียังระบุด้วยว่า หากไทยมีการใช้กำลังและมีการนองเลือดเกิดขึ้นอีก จะถือเป็นย่างก้าวที่ถอยหลังสำหรับประชาธิปไตย เสถียรภาพทางการเมืองและสังคมเช่นเดียวกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจ
นางเบญจา หลุยเจริญ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะดูแลกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การประกาศใช้อัตราภาษีใหม่ที่มีการปรับลดอัตราสูงสุดจาก 37% เป็น 35% และปรับขั้นอัตราภาษีจาก 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น อัตราซึ่งจะบังคับใช้ได้ในปีภาษี 2556 ที่จะยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2557 นั้น กรณีนี้จะไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติเนื่องจากรัฐบาลได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ก.) และนำทูลเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
ท่องเที่ยวเมืองกาญจน์ทรุด
นายสรรเพชญ ศลิษฏ์อรรถกร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมที่กรุงเทพฯ ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เกาหลี รัสเซีย ได้ยกเลิกการจองห้องพักทั้งหมดทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงไปประมาณ 30-50% คาดว่าการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี จะกลับมาสู่ภาวะปกติและคึกคักมากขึ้นในช่วงปลายปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวไทย
เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้หนาวเย็นทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสมากขึ้น ประกอบการสนับสนุนของโครงการไทยเที่ยวไทย ส่วนตัวเลขด้านอุตสาหกรรมและการส่งออกของจังหวัดกาญจนบุรี ภาพรวมไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากการสั่งซื้อสั่งจองล่วงหน้าก่อนเหตุการณ์การชุมนุม ทำให้ผู้ผลิตยังคงผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า รวมทั้งค่าเงินบาทอ่อนตัวเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ประกอบการ
ต่างชาติหนีการเมืองหุ้นไทยวูบ6.5แสนล้านบ.
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองในประเทศที่เกิดขึ้น ยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะนับตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.- 6 ธ.ค. 56 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง พบว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง 81.31 จุด มาอยู่ที่ 1,361.57 จุด เมื่อเทียบกับวันที่ 31 ต.ค. ดัชนีปิดที่ 1,442.88 จุด ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) หายไปถึง 650,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 11.94 ล้านล้านบาท จาก 31 ต.ค. อยู่ที่ 12.59 ล้านล้านบาท ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (วอลุ่ม) ลดมาอยู่ที่ 30,147.90 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 37,547.44 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังทำให้บริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทยต้องเลื่อนแผนงานออกไป เพื่อรอดูความชัดเจนทางการเมืองก่อน เช่น บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน ได้ตัดสินใจเลื่อนการเข้าจดทะเบียนใน ตลท. จากเดิมจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 300 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย.และจะเข้าซื้อขายวันที่ 11 ธ.ค. 56 ก็เลื่อนออกไปเป็นช่วงไตรมาส 1 ปี 2557
ทั้งนี้เช่นเดียวกับ บมจ.สุธากัญจน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า ปูนขาวร้อน ที่เตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 75 ล้านหุ้น จะกลับมาประเมินสถาน การณ์อีกครั้งในช่วงต้นปี 57 จากเดิมที่คาดว่าจะเข้าซื้อขายในเดือน ธ.ค. หลังผู้บริหารมองว่าหุ้นไทยยังมีความผันผวนและไม่แน่นอนจากสถานการณ์การ เมืองในประเทศ

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว : 





ท่านจะได้ Ranking ที่ดีใน ใน Youtube โดยที่ อันดับนั้นขึ้นอยู่กับ Title และ Tag

เป็นสำคัญ เช่น ถ้าท่านใช้วิธีเพิ่ม view ใน youtube  โดยใช้Keywordของคำเช่น  สำนักข่าวWiFi


ให้ท่านใส่ Title และ Tag ว่าสำนักข่าวWiFi และทำการปั๊มวิวยูทูป ประมาณ 2 – 3 หมื่น
เมื่อ Video ของท่านได้ view youtube แล้วนั้น Video ของท่านจะขึ้นอันดับต้นๆ ใน Youtube  
เวลาคนหาคำว่าสำนักข่าวWiFi ใน Youtube

ในที่สุดVideo ของท่านจะติดอันดับ Google โดยทีไม่ต้องทำ SEO เลยแม้แต่น้อย ลองเปลี่ยนวิธีนำเสนอสินค้าของท่านด้วย วีดีโอสั้นๆดูสิครับ

Tag: สำนักข่าวWiFi , view youtube , ปั๊มวิวยูทูป

ส่งลิงค์Youtube ของคุณ พร้อมแจ้งหลักฐานการชำระเงินมาที่ 9superhero@gmail.com
หรืออินบ๊อกเข้ามาได้ที่  https://www.facebook.com/messages/TopSuthiphat 

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มาแล้ว รีวิว นาฬิกาสุดไฮเทค สองค่ายดัง Galaxy Gear และ Smartwatch 2 // cr Gizmag


galaxy-gear-vs-sony-smartwatchช่วงนี้สิ่งที่กำลังพูดถึงมากนอกจากเรื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่เปิดตัวใหม่แบบแข่งขันสูงในช่วงนี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฮเทคตัวใหม่ที่จะอยู่ในข้อมือของคุณก็คือนาฬิกานั่นเอง เพราะในเดือนนี้ คนไทยจะได้สัมผัสและเห็นนาฬิกาอัจฉริยะสุดไฮเทคล้ำ ที่จะอำนวยความสะดวกและแจ้งเตือนให้กับคุณในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งตอนนี้มีอยู่  2 รุ่นคือ Samsung Galaxy Gear นาฬิกาอัจฉริยะของทาง Samsung   กับ Sony Smartwatch 2 ซึ่งเป็นนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นที่ 2 จาก Sony มาดูกันว่า นาฬิกา 2 เรือนนี้มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ? 

ความเหมือนกัน ระหว่าง  Galaxy Gear และ  Smartwatch 2

  • นาฬิกาทั้ง 2 เรือนสามารถลงแอพพลิเคชั่นได้
  • มีการแจ้งเตือน
  • กันน้ำได้ระดับหนึ้ง
  • ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต *
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ได้ *
  • CPU แบบ Single Core
  • ไม่สามารถทำงานร่วมกับ iPhone ได้ 

ความต่างระหว่าง Galaxy Gear และ Smartwatch 2

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-1ขนาดของนาฬิกา โดยรวมแล้ว Galaxy Gear จะมีขนาดใหญ่และหนากว่านาฬิกา Smartwatch 2
galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-2
น้ำหนัก  Galaxy Gear มีแค่รุ่นเดียว น้ำหนัก 74 กรัม ในขณะที่ Smartwatch2 จะมีสายรัด 2 แบบ  คือ ถ้าสายรัดทำด้วยซิลิคอน จะหนัก 48 กรัม และทำด้วยโลหะ จะหนัก 123 กรัม

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-3
วัสดุ  Galaxy Gear ทำจากเหล็กกล้า ( Stainless Steel ) ในขณะที่ Smartwatch 2 ทำจากอลูมิเนียม

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-4
ขนาดหน้าจอ ของ  Galaxy Gear ใหญ่กว่า Smartwatch 2 เล็กน้อย

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-5
ความต่างที่ชัดเจนมากๆ ของนาฬิกาอัจฉริยะ 2 รุ่นนี้คือ Galaxy Gear จะใช้ร่วมกันกับพวก Samsung Galaxy บางรุ่นเท่านั้น ที่ใช้ได้แน่นอนได้แก่ Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Note 10.1 รุ่น 2014 Edition   และ  สามารถใช้กับ Galaxy S3 , Galaxy S4 , Galaxy Note ในเร็วๆนี้ ซึ้งต้องรอทาง Samsung อัพเดตเฟิร์มแวร์อีกที ส่วน Smartwatch 2 สามารถใช้ได้กับ มือถือและแท็บเล็ต ที่เป็น  Android 4.0 ขึ้นไป  ได้ทุกยี่ห้อ

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-7แม้ว่า ทั้ง 2 เรือนนี้จะเชื่อมต่อกับ มือถือผ่านทาง Bluetooth เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ Galaxy Gear เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 4.0 กินไฟต่ำ ในขณะที่ Smartwatch จะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 3.0

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-8อีกประเด็นที่สำคัญเหมือนกันคือ นาฬิกา Galaxy Gear ใช้ได้นานมากกว่า 25 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในขณะที่  Smartwatch สามารถใช้ได้นาน 3-4 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-12
 Smartwatch 2 กันน้ำได้มากกว่า Galaxy Gear

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-14Smartwatch 2 มี NFC เชื่อมต่อกับสมาร์มโฟนและแท็บเล็ตผ่านเทคโนโลยี NFC  ที่เรียกว่า One Touch Technology ส่วน  Galaxy Gear ไม่มี NFC เชื่อมต่อก็เชื่อมผ่าน Bluetooth  และอีกประเด็นคือ Galaxy Gear ไม่สามารถเปลี่ยนสายข้อมือได้ ในขณะที่ Smartwatch 2 สามารถเปลี่ยนสายข้อมือได้

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-11
สิ่งที่ Galaxy Gear มี แต่ Smartwatch 2 ไม่มี  ได้แก่ กล้อง 1.9 ล้านพิกเซล , สามารถโทรออกได้ , สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้  ซึ่ง Smartwatch ไม่สามารถทำแบบนี้ได้

galaxy-gear-vs-sony-smartwatch-13ปิดท้ายด้วย CPU  ทั้งคู่ทำงานแบบ Single Core เหมือนกัน แต่ Galaxy Gear ใช้ CPU แรงกว่า Smartwatch 2
อย่างไรก็ตามหากคุณสนใจนาฬืกาเหล่านี้คู่กับ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตคุณ ก็ต้องศึกษากันก่อนว่า คุณจำเป็นต้องฟีเจอร์นาฬิกาอัจฉริยะนี้เข้ากับสมาร์ทโฟนของคุณหรือไม่ และสิ่งที่เหมือนกันอีกก็คือ นาฬิกาอัจฉริยะนี้ ยังไม่อึดเท่ากับพวกนาฬิการาคาข้อมือแพงๆ ที่ใส่ถ่านนาฬิกาก้อนเดียว ใช้ได้เป็นปีๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณได้นาฬิกาอัจฉริยะนี้ จะมีความสามารถที่มากกว่านาฬิกาทั่วไปอย่างแน่นอน
ข้อมูลจาก Gizmag

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ผู้ว่าเก่าไป ผู้ว่าใหม่มา พิษณุโลกได้อะไร


ผู้ว่าเก่าไป ผู้ว่าใหม่มา พิษณุโลกได้อะไร 


เร็ว ๆ นี้ คนพิษณุโลกจะได้ต้อนรับผู้ว่าราชการคนใหม่
และได้เลี้ยงส่งผู้ว่าคนเก่ากันแล้ว หมายความว่า หลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2556 
เป็นต้นไปพิษณุโลกจะต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการอย่างแน่นอน
คนเก่าที่จะไปเพราะเกษียณอายุราชการคือ ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการที่หมุนมาพิษณุโลกถึง 2 ครั้ง 2 ครา 
จะด้วยเหตุผลกลใดประชาชนอย่างเรา ๆ มิอาจทราบได้ แต่ตอนที่ผู้ว่าคนนี้มาอยู่พิษณุโลก
ก็สร้างสีสันในแบบฉบับที่เป็นส่วนตัวของท่านเองได้มากโข จากภาพลักษณ์และสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนใคร 
และไม่มีใครเหมือน ส่วนภาพรวม ๆ ของการทำงานให้กับคนพิษณุโลกนั้น มีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์อะไรมากมาย

 หรืออาจจะเป็นเพราะภาพศิลปินเดี่ยวของท่านมันบดบังงานส่วนรวมไปหมดก็มิอาจรู้ได้ หลังเกษียณแว่ว ๆ 
ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว.พิษณุโลก ถ้าเป็นความจริง เวทีนี้แหละท่านจะได้รู้ว่าท่านสั่งใครไม่ได้
 และใครที่ไม่เห็นด้วยกับท่านท่านก็ว่าอะไรเขาไม่ได้ ทีมข่าวการเมือง กริชโพสต์ ก็ขอให้ท่านโชคดีก็แล้วกัน
ผู้ว่าคนใหม่ที่จะมาแทนเขามีชื่อว่า นาย ระพี ผ่องบุพกิจ เกิดวันที่เกิด 18 มกราคม 2503 อายุ 53 ประวัติ การทำงาน 
และตำแหน่งหน้าที่ ปี 2527 เป็นปลัดอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ 2528 เป็นปลัดอำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 2530 

บุคลากรฝ่ายบรรจุแต่งตั้ง กองอัตรากำลังและส่งเสริมสมรรถภาพ กรมการปกครอง 5 ธันวาคม 2539 นายอำเภอลำสนธิ 
จังหวัดลพบุรี 10 พฤศจิกายน 2540 นายอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี 22 พฤศจิกายน 2542 นายอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 
ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 1 ตุลาคม 2546 ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ 2 ตุลาคม 2547 รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี 4 ธันวาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด 8 ตุลาคม 2550 รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี 8 มิถุนายน 2552 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ 1 มิถุนายน 2553 
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ 1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา 28 พฤศจิกายน 2554 ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู
และ 1 ตุลาคม 2556 จะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนับว่ามีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและความเป็นไปของคนในจังหวัดนั้น ๆ 
ทั้งมากที่สุดและน้อยที่สุดตามแต่ว่าจังหวัดนั้น ๆ ผู้ว่าจะแสดงบทบาทได้มากน้อยเพียงไร ตรงนี้ขึ้นอยู่กับเมืองที่ผู้ว่าไปอยู่นั้น
 มีใครที่เป็นใหญ่เป็นโตอยู่ที่นั่นหรือไม่ แบบที่สั่งผู้ว่าได้ และผู้ว่าก็เกรงใจ อย่างนี้ผู้ว่ามักจะมีบทบาทไปตามใบสั่ง
 แต่ถ้าไปเมืองที่ผู้ว่าเป็นใหญ่ได้เลยก็ขึ้นอยู่กับผู้ว่าคนนั้นว่าจะแสดงบทบาทมากหรือน้อยและแสดงในด้านไหนเท่านั้นเอง
เท่าที่ทีมข่าวการเมือง “กริชโพสต์” ไปเสาะแสวงหาข้อมูลของผู้ว่าคนใหม่คนที่จะมาดำรงตำแหน่ง ณ เมืองสองแควของเรานี้ก็พบว่า
เป็นคนที่ทำงานเร็ว ปรับตัวได้เก่ง มีบุคลิกประนีประนอม และที่สำคัญมีอนาคตไกลมากเพราะยังเหลืออายุราชการอีกราว 7 ปี 
ตำแหน่งอธิบดีถึงปลัดกระทรวงมีโอกาสเป็นไปได้ ทั้งนี้ก็ตรงที่ได้มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกนี่แหละ

จะอย่างไรก็ตามผลงานจะปรากฏหรือไม่ พิษณุโลกจะได้อะไรจากผู้ว่าราชการคนนี้ ผู้ว่าคนนี้จะทำอะไรให้กับคนพิษณุโลกบ้าง 
นั่นเป็นเรื่องของผู้ว่า แต่คนพิษณุโลกต้องมีสติ มีความทรงจำกับผู้ว่าคนก่อน ๆ ที่มาเป็นผู้ว่าของคนพิษณุโลกไว้บ้าง
 เพราะบางคนก็มาใช้พิษณุโลกเป็นทางผ่าน บางคนก็มาเพราะพิษภัยทางการเมือง บางคนก็มาเพราะอยากมา 
และบางคนก็ไม่เคยได้ทำอะไรให้เป็นเช่นเป็นอัน เรียกว่าที่ทำไปเพราะหน้าที่และตามกำหนดการในงานประจำเท่านั้น
 แต่บางท่านก็สุดยอดได้ฝากผลงานบนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไว้มากมาย
ถ้าบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด คือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับราษฎรในจังหวัดนั้น ๆ เป็นหัวหน้าในการแก้ปัญหา 

เป็นผู้นำในการพัฒนา เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการทั้งที่สังกัดโดยตรงและฝากการบังคับบัญชา เป็นผู้อนุมัติงบประมาณที่อยู่ในอำนาจ
 เป็นประธานเพื่อการประสานงานต่าง ๆ ภายในจังหวัดให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมในจังหวัด
 นั้น ๆ และอีกมากมายในหน้าที่ ก็พอจะมองเห็นว่าผู้ว่าที่ประชาชนต้องการนั้นเป็นอย่างไร แต่ประชาชนเราเลือกผู้ว่าเองไม่ได้
 ไม่ว่าใครจะไปใครจะมาเราต้อนรับทั้งนั้นยิ่งมาทำให้พิษณุโลกของเราเจริญก้าวหน้าก็ยิ่งต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ 
สำคัญที่สุดคือผู้ว่าทุกคนที่มาในที่สุดก็ต้องไป เรา “คนพิษณุโลก” ต่างหากที่ต้องอยู่พิษณุโลกกันต่อไป 
หากช่วยกันสะท้อนมุมมองที่เป็นเหตุเป็นผล ให้ผู้ว่าเขารู้บ้างว่าเราชอบไม่ชอบอะไรก็น่าจะดีกว่าให้ท่านคิดเอาเองและก็ทำอย่างที่ท่านคิดเอาเอง

แต่....เมืองของเรา และแผ่นดินของเราเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เป็นแผ่นเดียวกันกับแผ่นที่องค์พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
พระนามว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จพระราชสมภพ ณ แผ่นดินนี้ ใครจะมาเป็นพ่อเมือง แม่เมือง 
ดวงวิญญาณของพระองค์รงรับรู้อยู่ตลอดเวลา ใครที่ทำดีไว้กับแผ่นดินนี้ก็จะเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าคนที่ทำผิดคิดร้าย กับบ้านนี้เมืองนี้ก็มักจะมีอันเป็นไปแทบทั้งนั้น 

ทีมข่าวการเมืองกริชโพสต์


ข่าวโดย : 
สุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

นายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
หนังสือพิมพ์กริชโพสต์


บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
สำนักข่าว WiFi Phitsanulok

และAdmin Blogger @ สำนักข่าว WiFi Phitsanulok, 


 

ทาสแรงงาน



ทาสแรงงาน
ทุกวันนี้มีคนหลายคนมักบ่นว่า รัฐบาลชุดนี้เอาใจแรงงานมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ 

และเรื่องของการคุ้มครองแรงงาน คนที่บ่นไม่ใช่ใครที่ไหน มันออกมาจากปากผู้มีอันจะกินทั้งหลาย 
ที่มองแรงงานเป็นเพียงปัจจัยการผลิต แบบที่ร่ำเรียนกันมาตามทฤษฎี MBA รุ่นเก่าทั้งหลาย เลยลืมไปว่า
พวกเขาเหล่านี้ก็เป็นคนเหมือนกัน พวกคุณไม่ได้วิเศษวิโสไปกว่าพวกเขาเท่าใดหรอก ถ้าเดินเจอกันตาม
ท้องถนนแยกไม่ออกหรอกว่าใครใหญ่กว่าใคร แต่ถ้าอยู่ในโรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหาร ที่พวกคุณเป็นเจ้าของ 
คุณใหญ่กว่าเขาแน่ คุณจะด่า จะกดขี่ พวกเขาอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อวันหนึ่งพวกเขาออกมาจากงานที่คุณเป็นเจ้าของ 
แล้วพวกเขาเจอหน้าคุณอาจจะด่ำคุณเหมือนหมูเหมือนหมาก็ได้ ในความเป็นจริง คนเรานั้นเท่ากัน จะต่างกันก็ความดีมีน้ำใจที่

เคยทำต่อกันไว้ ถ้าทำไม่ดีไว้ ออกมาเจอกันข้างนอก ระวังจะโดนไล่เตะเอานะครับ 
ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างนายจ้าง กับ ลูกจ้าง ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นหรอกสำหรับผม ทุกวันนี้ลูกจ้าง
มีสถานะที่อ่อนแอไม่ต่างอะไรจากสมัยทาส นอกจากเป็นทาสแล้ว เมื่อพ้นสภาพทาสก็ยังถูกข่มขืนซ้ำอีก 
ก็จะไม่โดนข่มขืนซ้ำอย่างไรละครับ ขึ้นชื่อว่าลูกจ้างก็แปลว่า “จน” ที่บอกว่าโดนข่มขืนซ้ำ ก็เพราะว่าเมื่อมีปัญหากับนายจ้าง 
ก็ไปร้องเรียนหน่วยงานรัฐ เขาก็จะนัดไกล่เกลี่ยให้ โดยบอกว่า “ยอมนายจ้างไปเถอะ เพราะถ้าไม่จบวันนี้จะต้องไปร้องที่ศาล 
และต้องเสียเงินเสียทองมากนะ จะสู้ไหวเหรอ” ช่างเป็นคำแนะนำที่ดีมาก ตรงๆ ได้ใจความ แปลว่า “เพราะกูจน กูแพ้แน่ 
เพราะกูไม่มีเงิน กูจะสู้นายจ้างที่รวยได้อย่างไร” สิ่งที่หน่วยงานรัฐ ไกล่เกลี่ย แล้วมันคุ้มครองแรงงานตรงไหน 
ที่ พวกเขามาร้องเพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่กับขู่เรื่องค่าใช้จ่ายในการขึ้นศาล สิ่งที่ควรดูแล ไม่ใช่แค่เรื่องค่าแรงขั้นต่ำเพียงอย่างเดียว 

แต่ ควรใส่เรื่อง “อัตราความเป็นมนุษย์ขั้นต่ำ” ด้วย 
สุดท้ายอยากจะบอกว่าโลกทุกวันนี้ ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นครับ ทำอย่างไรก็ได้ให้รวย เพราะคนรวยพูดแล้วคนจะฟัง คนจะเข้าข้าง 
ถ้าคุณเป็นคนธรรมดา คือจน จะเข้าร้องเรียนใคร เขายังไม่อยากจะรับเรื่องเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับผม
ถ้าเราจน แล้วเราจะไปพึ่งใครได้ เขาอาจจะบอกว่า “ยอมไปเถอะ เพราะถ้าไม่จบวันนี้จะต้องไปร้องที่ศาล และต้องเสียเงินเสียทองมากนะ 
จะสู้ไหวเหรอ” ก็ขนาดคนที่มียศมีตำแหน่งเป็นข้าราชการที่มีหน้าที่ดูแลยังไม่สู้เลย แล้วคนจนอย่างผมจะไปสู้อะไรได้ 
ทำได้แค่ทำใจแล้วยอมแพ้เหรอครับ ทุกวันนี้ผมไม่มีเงินจ้างลูกน้องตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
แต่ลูกน้องยังยอมทำงานให้ผมก็เพราะอย่างน้อย ผมมี “อัตราความเป็นมนุษย์ขั้นต่ำ” สูงกว่าพวกคุณมากมายนัก
ขอพระคุ้มครองทุกท่าน ส.ต.กริช พลเดชวิสัย


ข่าวโดย : 
สุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

นายสุทธิภัทร ชูสกุลพัฒนา

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
หนังสือพิมพ์กริชโพสต์

บรรณาธิการข่าว ออนไลน์
 
สำนักข่าว WiFi Phitsanulok

และAdmin Blogger @ สำนักข่าว WiFi Phitsanulok,