วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ภาพ/ข่าว...พระภิกษุเก็บกระเป๋าบรรจุเงินสดได้ภายในธนาคาร หลังชาวบ้านนำลืมทิ้งไว้ใต้เก้าอี้นั่งภายในธนาคารก่อนแจ้งผู้จัดการธนาคารพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานพร้อมส่งคืนเจ้าของ

พระภิกษุเก็บกระเป๋าบรรจุเงินสดได้ภายในธนาคาร หลังชาวบ้านนำลืมทิ้งไว้ใต้เก้าอี้นั่งภายในธนาคารก่อนแจ้งผู้จัดการธนาคารพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานพร้อมส่งคืนเจ้าของ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 พ.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีพระภิกษุเก็บกระเป๋าบรรจุเงินสดได้ ภายในธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลาง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ก็พบกับพระปิยวัช พันธมุตโต เป็นพระลูกวัดวัดป่าเลไลยก์ ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยนายสุพจน์ สัตย์เจริญ รอง ผจก.ธนาคารยืนถือกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล รอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในธนาคาร
     โดยพระปิยวัช เปิดเผยว่า ได้พบกระเป๋าใบดังกล่าวที่บริเวณใต้เก้าอี้นั่งรับรองลูกค้าของธนาคารกรุงไทย และได้ตรวจสอบภายในพบว่ามีทรัพย์สิน เป็นเงินสดพร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง โดยภายในกระเป๋าใบดังกล่าวพบเงินสด จำนวน 27,000 บาท และเงินสกุลไต้หวันอีกจำนวน 3,000 บาท และเอกสารใบเสร็จชำระเงินกู้ ระบุชื่อเป็นของนายชิติพัทธ์ ทองคงอยู่ อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญอยู่ภายในกระเป๋าใบดังกล่าว จึงได้ติดต่อทางเจ้าหน้าที่ธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการตรวจสอบทรัพย์สินที่อยู่ภายในกระเป๋า และติดต่อเจ้าของเงินดังกล่าวมารับคืน โดยระหว่างนั้นนายชิติพัทธ์ได้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาสอบถามหากระเป๋า กับทางเจ้าหน้าที่ธนาคารพร้อมแจ้งว่าได้ทำตกหล่นไว้ภายในธนาคาร และทราบจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่ามีพระเก็บไว้ได้ นายชิติพัทธ์ ก็ได้นำบัตรประชาชนมาแสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าว พร้อมกับได้ถวายเงินให้กับพระปิยวัช จำนวนเงิน 1,000 บาท
     
โดยนายชิติพัทธ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเดินทางมาจากบ้านพักในเขตอำเภอพรหมพิราม เพื่อมาติดต่อกับบริษัทจัดหางาน และมาติดต่อขอทำพาสปอร์ตที่บริเวณศาลากลาง จ.พิษณุโลก เพื่อจะเดินทางไปทำงานยังประเทศใต้หวัน โดยตนได้นำกระเป๋าถือสีน้ำตาลภายในบรรจุทรัพย์สินและเอกสารต่างๆ ใส่ไว้ในเป้สะพายสีดำ และเมื่อมาติดต่อทำธุระภายในธนาคารเสร็จ ก็เดินทางออกจากธนาคารไป เพื่อเดินทางไปยังห้องรับเรื่องยื่นเอกสารทำพลาสปอตร์ จึงรู้ตัวว่าได้ลืมกระเป๋าสะพายไว้ภายในธนาคาร ซึ่งตอนนั้นรู้สึกตกใจ เนื่องจากเงินจำนวนนี้ตนจะต้องนำไปใช้หนี้และอีกส่วนหนึ่งจะต้องใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน จึงเดินทางมาตามหากระเป๋า และมาพบว่ามีพระภิกษุเก็บไว้ได้ดังกล่าว ขณะนี้มีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ทรัพย์สินคืนและรู้สึกดีใจว่าในสังคมนี้ยังมีพลเมืองดีอีกมากมาย พร้อมกับขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือจนได้กระเป๋าคืนดังกล่าว.

ข่าวโดย เสรี ศรีพาย

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น