
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า เมื่อเอ่ยถึงระบบการเซ็นเซอร์ในโลกอินเตอร์เน็ท คนส่วนใหญ่มักนึกถึงระบบเซ็นเซอร์ของจีนในชื่อ “เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์” ซึ่งมีชื่อเสียงลือลั่นในเรื่องความเป็นหูตาสับปะรด ที่สามารถคัดกรองและติดตามไปปิดกั้นลิงก์หรือคำค้นเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทกูเกิ้ลคือผู้ให้บริการเว็บไซต์ค้นหารายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยให้บริการในประเทศและเขตปกครองรวมแล้ว 219 แห่ง และเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่บริษัทซึ่งเข้าไปเปิดกิจการหรือดำเนินธุรกรรมอยู่ในประเทศใด ย่อมต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น
ตัวอย่างเช่นในตุรกี กูเกิ้ลปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาโจมตีและทำลายชื่อเสียงของนายมุสตาฟา เคมาล อาตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งประเทศและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ขณะที่กูเกิ้ลในไทยบล็อกวีดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบที่สื่อในเชิงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สำหรับในเยอรมนี ฝรั่งเศสและโปแลนด์ การค้นหาผ่านกูเกิ้ลจะไม่ปรากฏลิงก์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีแนวคิดฝักใฝ่นาซี หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาปฏิเสธเรื่องการสังหารหมู่ชาวยิวโดยกองทัพนาซี
ทั้งนี้ รายงานด้านความโปร่งใสของกูเกิ้ลประจำปี 2556 ระบุทีมงานดูแลระบบปิดกั้นการค้นหาผ่านเว็บไซต์ของกูเกิ้ลและยูทูบ รวมทั้งสิ้น 39,374 รายการ จากการได้รับคำร้องรวมทั้งสิ้น 36.5 ล้านรายการ โดยเผยเกณฑ์พิจารณาเบื้องต้น ด้วยการยกตัวอย่างการอนุมัติคำร้องของรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งต้องการให้ปิดกั้นคำว่า “ก็อต ช็อกโกแลต” ( got chocolate ) เนื่องจากมีความหมายพ้องกับพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด “เพื่อการหย่อนใจ” และกฎหมายของประเทศระบุชัดเจน เรื่องการปิดกั้นทุกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ขณะที่สำนักงานทัณฑสถานแห่งรัฐจอร์เจียเคยยื่นเรื่องขอให้กูเกิ้ลปิดกั้นการชมวีดีโอคลิปบนเว็บไซต์ยูทูบ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทารุณนักโทษในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลจำเป็นต้องปฏิเสธคำร้องดังกล่าว เนื่องจากการชมวีดีโอคลิปลักษณะนี้ยังไม่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายของทั้งระดับรัฐและระดับประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากโดยเฉพาะในยุโรป คือกรณีเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วย “สิทธิ์ในการถูกลืม” บนอินเตอร์เน็ท ( Rights to be Forgotten ) โดยศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปมีคำพิพากษาเมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องให้กูเกิ้ลลบผลการค้นหาใดก็ตาม ที่อาจนำไปสู่แหล่งข้อมูลซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลนั้น ซึ่งกูเกิ้ลเผยว่า ได้รับคำร้องแล้วกว่า 700,000 ครั้ง และอนุมัติไปแล้วร้อยละ 40
ในปี 2553 กูเกิ้ลมีปัญหาขัดแย้งครั้งใหญ่กับรัฐบาลจีนจนถึงขั้นต้องปิดกิจการในกรุงปักกิ่ง เนื่องจากบริษัทยืนยันนโยบายเรื่องการยอมรับและปฏิบัติตามคำร้องของรัฐบาลจากทุกประเทศ ที่มาจากการเลือกตั้ง “ตามระบอบประชาธิปไตย” แต่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่ได้เริ่มต้นจากจุดนั้น อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลสงวนท่าทีเมื่อถูกซักถามเรื่อง “ข้อยกเว้น” ในการให้บริการในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการหรือรัฐบาลทหาร
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-01-05 19:33:40
เวลาโพส2015-01-05 19:33:40

"กูเกิ้ล" กับการเซ็นเซอร์
http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/927825.jpeg

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า เมื่อเอ่ยถึงระบบการเซ็นเซอร์ในโลกอินเตอร์เน็ท คนส่วนใหญ่มักนึกถึงระบบเซ็นเซอร์ของจีนในชื่อ “เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์” ซึ่งมีชื่อเสียงลือลั่นในเรื่องความเป็นหูตาสับปะรด ที่สามารถคัดกรองและติดตามไปปิดกั้นลิงก์หรือคำค้นเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทกูเกิ้ลคือผู้ให้บริการเว็บไซต์ค้นหารายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยให้บริการในประเทศและเขตปกครองรวมแล้ว 219 แห่ง และเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่บริษัทซึ่งเข้าไปเปิดกิจการหรือดำเนินธุรกรรมอยู่ในประเทศใด ย่อมต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น
ตัวอย่างเช่นในตุรกี กูเกิ้ลปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาโจมตีและทำลายชื่อเสียงของนายมุสตาฟา เคมาล อาตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งประเทศและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ขณะที่กูเกิ้ลในไทยบล็อกวีดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบที่สื่อในเชิงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สำหรับในเยอรมนี ฝรั่งเศสและโปแลนด์ การค้นหาผ่านกูเกิ้ลจะไม่ปรากฏลิงก์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีแนวคิดฝักใฝ่นาซี หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาปฏิเสธเรื่องการสังหารหมู่ชาวยิวโดยกองทัพนาซี
ทั้งนี้ รายงานด้านความโปร่งใสของกูเกิ้ลประจำปี 2556 ระบุทีมงานดูแลระบบปิดกั้นการค้นหาผ่านเว็บไซต์ของกูเกิ้ลและยูทูบ รวมทั้งสิ้น 39,374 รายการ จากการได้รับคำร้องรวมทั้งสิ้น 36.5 ล้านรายการ โดยเผยเกณฑ์พิจารณาเบื้องต้น ด้วยการยกตัวอย่างการอนุมัติคำร้องของรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งต้องการให้ปิดกั้นคำว่า “ก็อต ช็อกโกแลต” ( got chocolate ) เนื่องจากมีความหมายพ้องกับพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด “เพื่อการหย่อนใจ” และกฎหมายของประเทศระบุชัดเจน เรื่องการปิดกั้นทุกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ขณะที่สำนักงานทัณฑสถานแห่งรัฐจอร์เจียเคยยื่นเรื่องขอให้กูเกิ้ลปิดกั้นการชมวีดีโอคลิปบนเว็บไซต์ยูทูบ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทารุณนักโทษในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลจำเป็นต้องปฏิเสธคำร้องดังกล่าว เนื่องจากการชมวีดีโอคลิปลักษณะนี้ยังไม่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายของทั้งระดับรัฐและระดับประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากโดยเฉพาะในยุโรป คือกรณีเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วย “สิทธิ์ในการถูกลืม” บนอินเตอร์เน็ท ( Rights to be Forgotten ) โดยศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปมีคำพิพากษาเมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องให้กูเกิ้ลลบผลการค้นหาใดก็ตาม ที่อาจนำไปสู่แหล่งข้อมูลซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลนั้น ซึ่งกูเกิ้ลเผยว่า ได้รับคำร้องแล้วกว่า 700,000 ครั้ง และอนุมัติไปแล้วร้อยละ 40
ในปี 2553 กูเกิ้ลมีปัญหาขัดแย้งครั้งใหญ่กับรัฐบาลจีนจนถึงขั้นต้องปิดกิจการในกรุงปักกิ่ง เนื่องจากบริษัทยืนยันนโยบายเรื่องการยอมรับและปฏิบัติตามคำร้องของรัฐบาลจากทุกประเทศ ที่มาจากการเลือกตั้ง “ตามระบอบประชาธิปไตย” แต่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่ได้เริ่มต้นจากจุดนั้น อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลสงวนท่าทีเมื่อถูกซักถามเรื่อง “ข้อยกเว้น” ในการให้บริการในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการหรือรัฐบาลทหาร
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-01-05 19:33:40
เวลาโพส2015-01-05 19:33:40


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า เมื่อเอ่ยถึงระบบการเซ็นเซอร์ในโลกอินเตอร์เน็ท คนส่วนใหญ่มักนึกถึงระบบเซ็นเซอร์ของจีนในชื่อ "เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" ซึ่งมีชื่อเสียงลือลั่นในเรื่องความเป็นหูตาสับปะรด ที่สามารถคัดกรองและติดตามไปปิดกั้นลิงก์หรือคำค้นเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทกูเกิ้ลคือผู้ให้บริการเว็บไซต์ค้นหารายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยให้บริการในประเทศและเขตปกครองรวมแล้ว 219 แห่ง และเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่บริษัทซึ่งเข้าไปเปิดกิจการหรือดำเนินธุรกรรมอยู่ในประเทศใด ย่อมต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น
ตัวอย่างเช่นในตุรกี กูเกิ้ลปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาโจมตีและทำลายชื่อเสียงของนายมุสตาฟา เคมาล อาตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งประเทศและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ขณะที่กูเกิ้ลในไทยบล็อกวีดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบที่สื่อในเชิงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สำหรับในเยอรมนี ฝรั่งเศสและโปแลนด์ การค้นหาผ่านกูเกิ้ลจะไม่ปรากฏลิงก์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีแนวคิดฝักใฝ่นาซี หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาปฏิเสธเรื่องการสังหารหมู่ชาวยิวโดยกองทัพนาซี
ทั้งนี้ รายงานด้านความโปร่งใสของกูเกิ้ลประจำปี 2556 ระบุทีมงานดูแลระบบปิดกั้นการค้นหาผ่านเว็บไซต์ของกูเกิ้ลและยูทูบ รวมทั้งสิ้น 39,374 รายการ จากการได้รับคำร้องรวมทั้งสิ้น 36.5 ล้านรายการ โดยเผยเกณฑ์พิจารณาเบื้องต้น ด้วยการยกตัวอย่างการอนุมัติคำร้องของรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งต้องการให้ปิดกั้นคำว่า "ก็อต ช็อกโกแลต" ( got chocolate ) เนื่องจากมีความหมายพ้องกับพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด "เพื่อการหย่อนใจ" และกฎหมายของประเทศระบุชัดเจน เรื่องการปิดกั้นทุกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ขณะที่สำนักงานทัณฑสถานแห่งรัฐจอร์เจียเคยยื่นเรื่องขอให้กูเกิ้ลปิดกั้นการชมวีดีโอคลิปบนเว็บไซต์ยูทูบ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทารุณนักโทษในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลจำเป็นต้องปฏิเสธคำร้องดังกล่าว เนื่องจากการชมวีดีโอคลิปลักษณะนี้ยังไม่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายของทั้งระดับรัฐและระดับประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากโดยเฉพาะในยุโรป คือกรณีเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วย "สิทธิ์ในการถูกลืม" บนอินเตอร์เน็ท ( Rights to be Forgotten ) โดยศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปมีคำพิพากษาเมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องให้กูเกิ้ลลบผลการค้นหาใดก็ตาม ที่อาจนำไปสู่แหล่งข้อมูลซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลนั้น ซึ่งกูเกิ้ลเผยว่า ได้รับคำร้องแล้วกว่า 700,000 ครั้ง และอนุมัติไปแล้วร้อยละ 40
ในปี 2553 กูเกิ้ลมีปัญหาขัดแย้งครั้งใหญ่กับรัฐบาลจีนจนถึงขั้นต้องปิดกิจการในกรุงปักกิ่ง เนื่องจากบริษัทยืนยันนโยบายเรื่องการยอมรับและปฏิบัติตามคำร้องของรัฐบาลจากทุกประเทศ ที่มาจากการเลือกตั้ง "ตามระบอบประชาธิปไตย" แต่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่ได้เริ่มต้นจากจุดนั้น อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลสงวนท่าทีเมื่อถูกซักถามเรื่อง "ข้อยกเว้น" ในการให้บริการในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการหรือรัฐบาลทหาร
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-01-05 19:33:40
เวลาโพส2015-01-05 19:33:40











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น