วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เด็กโรงเรียนดังปากนำ้ประท้วงไล่ผอ.




เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ กว่า 2,000 คน รวมตัวประท้วงขับไล่ ผอ.โรงเรียน โดยระบุในคำแถลงการณ์ว่า ภายหลัง ผอ. เข้าบริหารโรงเรียนกว่า2 ปีที่ผ่านมา มีความบกพร่องต่อการบริหารงาน และทุจริตจนทำให้โรงเรียนขาดการพัฒนา ทั้งด้านอุปกรณ์การเรียน การสอน จนปัจจุบันจากโรงเรียนที่เคยเป็นเป็นเลิศด้านวิชาการ กลับตกต่ำลง สภาพโรงเรียนทรุดโทรม การบริหารงบประมาณในหลายโครงการขาดความโปร่งใส จนทำให้ ผอ.สพม.เขต 6 มีคำสั่งย้าย ผอ.ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย แต่ภายหลังการสอบสวน ผอ.สพม.เขต 6 ประกาศว่าไม่มีความผิด และมีคำสั่งให้กลับมาดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนตามเดิม สร้างความไม่พอใจให้กับนักเรียนทั้งหมด จึงได้ร่วมตัวพากันมาประท้วงขับไล่ดังกล่าว โดยแกนนำนักเรียนได้ขึ้นอ่านแถลงการณ์ กล่าวโจมตีการทำงานของ ผอ.บริเวณหน้าเสาธง โดยเฉพาะเรื่องความไม่โปรงใสในการบริหารเงินโรงเรียน และเรื่องการทุจริตโครงการเช่าซื้อเครื่องปรับอากาศ 59 เครื่อง


จากนั้น รอง ผอ. รักษาราชการแทน ผอ.และผู้บริหารสมาคมผู้ปกครอง ได้เรียกตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อยุติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารเป็นคนกลางในการเจรจา ทำให้นักเรียนทั้งหมดพอใจในระดับหนึ่ง และยอมแยกย้ายเข้าห้องเรียน



ด้าน นายยงยุทธ ทรัพย์เจริญ ผอ.สพม.เขต 6 ชี้แจงว่า “การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบครั้งก่อน เนื่องจาก ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาร้องว่า ถูก ผอ.ปลอมแปลงลายเซ็นในคำสั่งโยกย้าย ซึ่งไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐาน จึงต้องออกหนังสือว่า ผอ. ไม่มีความผิด แต่หากผู้ร้องต้องการจะแจ้งความดำเนินคดีอาญา ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปว่า ผอ.มีความผิดฐานปลอมแปลงลายเซ็นจริง ก็พร้อมลงโทษทางวินัยร้ายแรงคือไล่ออกทันที ส่วนเรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณ และการจัดซื้อการเช่าซื้อกว่า 45 ล้านบาทนั้น เป็นเรื่องที่ สตง. ต้องดำเนินการตรวจสอบไม่ใช่หน้าที่ผม ล่าสุดได้ออกคำสั่งให้ ผอ.ย้ายเข้ามาช่วยงานที่ สพม.เขต 6 ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.-30 เม.ย. และรับปากกับทางคณะกรรมการสถานศึกษาและสมาคมศิษย์เก่าแล้วว่า จะไม่ให้ ผอ.เข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆทั้งสิ้นกับทางโรงเรียนอีก ส่วนกรณีพี่ชาย ผอ. เดินทางไปข่มขู่อาจารย์ในโรงเรียนนั้น ผมไม่มีสิทธิ์ห้าม เพราะถือเป็นเรื่องที่โรงเรียนต้องจัดการกันเอง”



ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนดังกล่าว เคยตกเป็นข่าวกรณีถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.สมุทรปราการ-สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเข้าตรวจสอบกรณีสัญญาเช่าซื้อและพฤติกรรมส่อทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 45 ล้านบาท โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.สมุทรปราการ แจ้งว่า อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนและหลักฐานส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป.



ข่าวที่เกี่ยวข้อง…


ลุยตรวจทุจริตโรงเรียนดังปากน้ำ






สำนักข่าวWiFi Phitsanulok

ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 18:29:15





เด็กโรงเรียนดังปากนำ้ประท้วงไล่ผอ.
http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/953660.jpeg




เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ กว่า 2,000 คน รวมตัวประท้วงขับไล่ ผอ.โรงเรียน โดยระบุในคำแถลงการณ์ว่า ภายหลัง ผอ. เข้าบริหารโรงเรียนกว่า2 ปีที่ผ่านมา มีความบกพร่องต่อการบริหารงาน และทุจริตจนทำให้โรงเรียนขาดการพัฒนา ทั้งด้านอุปกรณ์การเรียน การสอน จนปัจจุบันจากโรงเรียนที่เคยเป็นเป็นเลิศด้านวิชาการ กลับตกต่ำลง สภาพโรงเรียนทรุดโทรม การบริหารงบประมาณในหลายโครงการขาดความโปร่งใส จนทำให้ ผอ.สพม.เขต 6 มีคำสั่งย้าย ผอ.ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย แต่ภายหลังการสอบสวน ผอ.สพม.เขต 6 ประกาศว่าไม่มีความผิด และมีคำสั่งให้กลับมาดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนตามเดิม สร้างความไม่พอใจให้กับนักเรียนทั้งหมด จึงได้ร่วมตัวพากันมาประท้วงขับไล่ดังกล่าว โดยแกนนำนักเรียนได้ขึ้นอ่านแถลงการณ์ กล่าวโจมตีการทำงานของ ผอ.บริเวณหน้าเสาธง โดยเฉพาะเรื่องความไม่โปรงใสในการบริหารเงินโรงเรียน และเรื่องการทุจริตโครงการเช่าซื้อเครื่องปรับอากาศ 59 เครื่อง


จากนั้น รอง ผอ. รักษาราชการแทน ผอ.และผู้บริหารสมาคมผู้ปกครอง ได้เรียกตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อยุติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารเป็นคนกลางในการเจรจา ทำให้นักเรียนทั้งหมดพอใจในระดับหนึ่ง และยอมแยกย้ายเข้าห้องเรียน



ด้าน นายยงยุทธ ทรัพย์เจริญ ผอ.สพม.เขต 6 ชี้แจงว่า “การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบครั้งก่อน เนื่องจาก ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาร้องว่า ถูก ผอ.ปลอมแปลงลายเซ็นในคำสั่งโยกย้าย ซึ่งไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐาน จึงต้องออกหนังสือว่า ผอ. ไม่มีความผิด แต่หากผู้ร้องต้องการจะแจ้งความดำเนินคดีอาญา ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปว่า ผอ.มีความผิดฐานปลอมแปลงลายเซ็นจริง ก็พร้อมลงโทษทางวินัยร้ายแรงคือไล่ออกทันที ส่วนเรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณ และการจัดซื้อการเช่าซื้อกว่า 45 ล้านบาทนั้น เป็นเรื่องที่ สตง. ต้องดำเนินการตรวจสอบไม่ใช่หน้าที่ผม ล่าสุดได้ออกคำสั่งให้ ผอ.ย้ายเข้ามาช่วยงานที่ สพม.เขต 6 ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.-30 เม.ย. และรับปากกับทางคณะกรรมการสถานศึกษาและสมาคมศิษย์เก่าแล้วว่า จะไม่ให้ ผอ.เข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆทั้งสิ้นกับทางโรงเรียนอีก ส่วนกรณีพี่ชาย ผอ. เดินทางไปข่มขู่อาจารย์ในโรงเรียนนั้น ผมไม่มีสิทธิ์ห้าม เพราะถือเป็นเรื่องที่โรงเรียนต้องจัดการกันเอง”



ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนดังกล่าว เคยตกเป็นข่าวกรณีถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.สมุทรปราการ-สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเข้าตรวจสอบกรณีสัญญาเช่าซื้อและพฤติกรรมส่อทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 45 ล้านบาท โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.สมุทรปราการ แจ้งว่า อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนและหลักฐานส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป.



ข่าวที่เกี่ยวข้อง…


ลุยตรวจทุจริตโรงเรียนดังปากน้ำ






สำนักข่าวWiFi Phitsanulok

ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 18:29:15






เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ กว่า 2,000 คน รวมตัวประท้วงขับไล่ ผอ.โรงเรียน โดยระบุในคำแถลงการณ์ว่า ภายหลัง ผอ. เข้าบริหารโรงเรียนกว่า2 ปีที่ผ่านมา มีความบกพร่องต่อการบริหารงาน และทุจริตจนทำให้โรงเรียนขาดการพัฒนา ทั้งด้านอุปกรณ์การเรียน การสอน จนปัจจุบันจากโรงเรียนที่เคยเป็นเป็นเลิศด้านวิชาการ กลับตกต่ำลง สภาพโรงเรียนทรุดโทรม การบริหารงบประมาณในหลายโครงการขาดความโปร่งใส จนทำให้ ผอ.สพม.เขต 6 มีคำสั่งย้าย ผอ.ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย แต่ภายหลังการสอบสวน ผอ.สพม.เขต 6 ประกาศว่าไม่มีความผิด และมีคำสั่งให้กลับมาดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนตามเดิม สร้างความไม่พอใจให้กับนักเรียนทั้งหมด จึงได้ร่วมตัวพากันมาประท้วงขับไล่ดังกล่าว โดยแกนนำนักเรียนได้ขึ้นอ่านแถลงการณ์ กล่าวโจมตีการทำงานของ ผอ.บริเวณหน้าเสาธง โดยเฉพาะเรื่องความไม่โปรงใสในการบริหารเงินโรงเรียน และเรื่องการทุจริตโครงการเช่าซื้อเครื่องปรับอากาศ 59 เครื่อง

จากนั้น รอง ผอ. รักษาราชการแทน ผอ.และผู้บริหารสมาคมผู้ปกครอง ได้เรียกตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อยุติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารเป็นคนกลางในการเจรจา ทำให้นักเรียนทั้งหมดพอใจในระดับหนึ่ง และยอมแยกย้ายเข้าห้องเรียน

ด้าน นายยงยุทธ ทรัพย์เจริญ ผอ.สพม.เขต 6 ชี้แจงว่า “การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบครั้งก่อน เนื่องจาก ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาร้องว่า ถูก ผอ.ปลอมแปลงลายเซ็นในคำสั่งโยกย้าย ซึ่งไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐาน จึงต้องออกหนังสือว่า ผอ. ไม่มีความผิด แต่หากผู้ร้องต้องการจะแจ้งความดำเนินคดีอาญา ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปว่า ผอ.มีความผิดฐานปลอมแปลงลายเซ็นจริง ก็พร้อมลงโทษทางวินัยร้ายแรงคือไล่ออกทันที ส่วนเรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณ และการจัดซื้อการเช่าซื้อกว่า 45 ล้านบาทนั้น เป็นเรื่องที่ สตง. ต้องดำเนินการตรวจสอบไม่ใช่หน้าที่ผม ล่าสุดได้ออกคำสั่งให้ ผอ.ย้ายเข้ามาช่วยงานที่ สพม.เขต 6 ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.-30 เม.ย. และรับปากกับทางคณะกรรมการสถานศึกษาและสมาคมศิษย์เก่าแล้วว่า จะไม่ให้ ผอ.เข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆทั้งสิ้นกับทางโรงเรียนอีก ส่วนกรณีพี่ชาย ผอ. เดินทางไปข่มขู่อาจารย์ในโรงเรียนนั้น ผมไม่มีสิทธิ์ห้าม เพราะถือเป็นเรื่องที่โรงเรียนต้องจัดการกันเอง”

ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนดังกล่าว เคยตกเป็นข่าวกรณีถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.สมุทรปราการ-สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเข้าตรวจสอบกรณีสัญญาเช่าซื้อและพฤติกรรมส่อทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 45 ล้านบาท โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จ.สมุทรปราการ แจ้งว่า อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนและหลักฐานส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

ลุยตรวจทุจริตโรงเรียนดังปากน้ำ


สำนักข่าวWiFi Phitsanulok

ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 18:29:15

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น