
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า ตำรวจเวียดนามเผยว่า ทางการได้ดำเนินการฝังแมวหลายพันตัว น้ำหนักรวมประมาณ 3 ตัน และเกือบทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งแมวเหล่านี้ถูกยึดได้เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ในเขตดงดาของกรุงฮานอย หลังถูกลักลอบข้ามแดนมาจากจีน เพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร ตามกฎหมายเวียดนาม ของกลางในคดีลักลอบจะต้องถูกกำจัดในทันที ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ยังคงลังเลที่จะสังหารแมวจำนวนมากเหล่านั้น
เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมเขตดงดา กล่าวว่า แมวเหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารรับรอง และไม่มีการกักกันเพื่อตรวจสอบ โดยจากการถูกขังในกรงไม้ไผ่อย่างแออัดเบียดเสียด ทำให้แมวบางส่วนเสียชีวิตส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งแมวเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค จึงจำเป็นต้องฝังทำลายทั้งหมด
ด้านองค์กรพันธมิตรเพื่อคุ้มครองสัตว์ในเอเชีย (เอซีพีเอ) ประณามเรื่องดังกล่าวว่าเป็นวิธีการที่ไร้มนุษยธรรม ซึ่งสัตว์ประเภทอื่นที่ถูกลักลอบนำเข้าเวียดนามก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน ทั้งนี้ ได้มีการยื่นคำร้องผ่านเว็บไซต์ ‘เชนจ์’ (change.org) เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามแก้ไขนโยบายการจัดการกับของกลางสัตว์ที่ถูกนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย โดยมีผู้ร่วมลงชื่อจากทั่วโลกแล้วกว่า 23,000 คน นับจนถึงวันที่ 4 ม.ค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สกัดขนแมว3ตันส่งเชือดในเวียดนาม
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-04 20:13:10
เวลาโพส2015-02-04 20:13:10

สลด!เวียดนามฝังแมวของกลางทั้งเป็นหลายพันตัว
http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/954440.jpeg

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า ตำรวจเวียดนามเผยว่า ทางการได้ดำเนินการฝังแมวหลายพันตัว น้ำหนักรวมประมาณ 3 ตัน และเกือบทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งแมวเหล่านี้ถูกยึดได้เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ในเขตดงดาของกรุงฮานอย หลังถูกลักลอบข้ามแดนมาจากจีน เพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร ตามกฎหมายเวียดนาม ของกลางในคดีลักลอบจะต้องถูกกำจัดในทันที ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ยังคงลังเลที่จะสังหารแมวจำนวนมากเหล่านั้น
เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมเขตดงดา กล่าวว่า แมวเหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารรับรอง และไม่มีการกักกันเพื่อตรวจสอบ โดยจากการถูกขังในกรงไม้ไผ่อย่างแออัดเบียดเสียด ทำให้แมวบางส่วนเสียชีวิตส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งแมวเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค จึงจำเป็นต้องฝังทำลายทั้งหมด
ด้านองค์กรพันธมิตรเพื่อคุ้มครองสัตว์ในเอเชีย (เอซีพีเอ) ประณามเรื่องดังกล่าวว่าเป็นวิธีการที่ไร้มนุษยธรรม ซึ่งสัตว์ประเภทอื่นที่ถูกลักลอบนำเข้าเวียดนามก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน ทั้งนี้ ได้มีการยื่นคำร้องผ่านเว็บไซต์ ‘เชนจ์’ (change.org) เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามแก้ไขนโยบายการจัดการกับของกลางสัตว์ที่ถูกนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย โดยมีผู้ร่วมลงชื่อจากทั่วโลกแล้วกว่า 23,000 คน นับจนถึงวันที่ 4 ม.ค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สกัดขนแมว3ตันส่งเชือดในเวียดนาม
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-04 20:13:10
เวลาโพส2015-02-04 20:13:10


สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า ตำรวจเวียดนามเผยว่า ทางการได้ดำเนินการฝังแมวหลายพันตัว น้ำหนักรวมประมาณ 3 ตัน และเกือบทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งแมวเหล่านี้ถูกยึดได้เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ในเขตดงดาของกรุงฮานอย หลังถูกลักลอบข้ามแดนมาจากจีน เพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร ตามกฎหมายเวียดนาม ของกลางในคดีลักลอบจะต้องถูกกำจัดในทันที ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ยังคงลังเลที่จะสังหารแมวจำนวนมากเหล่านั้น
เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมเขตดงดา กล่าวว่า แมวเหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารรับรอง และไม่มีการกักกันเพื่อตรวจสอบ โดยจากการถูกขังในกรงไม้ไผ่อย่างแออัดเบียดเสียด ทำให้แมวบางส่วนเสียชีวิตส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งแมวเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค จึงจำเป็นต้องฝังทำลายทั้งหมด
ด้านองค์กรพันธมิตรเพื่อคุ้มครองสัตว์ในเอเชีย (เอซีพีเอ) ประณามเรื่องดังกล่าวว่าเป็นวิธีการที่ไร้มนุษยธรรม ซึ่งสัตว์ประเภทอื่นที่ถูกลักลอบนำเข้าเวียดนามก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน ทั้งนี้ ได้มีการยื่นคำร้องผ่านเว็บไซต์ 'เชนจ์' (change.org) เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามแก้ไขนโยบายการจัดการกับของกลางสัตว์ที่ถูกนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย โดยมีผู้ร่วมลงชื่อจากทั่วโลกแล้วกว่า 23,000 คน นับจนถึงวันที่ 4 ม.ค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สกัดขนแมว3ตันส่งเชือดในเวียดนาม
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-04 20:13:10
เวลาโพส2015-02-04 20:13:10











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น