
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ก.พ. นายวชิรพงศ์ สกุลรัตน์ ประธานชมรมพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขนอม จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากนายสมชาย แซ่อุ่ย สมาชิกของชมรมว่า พบซากโลมาเกยตื้นเสียชีวิตบริเวณชายหาดทะเลบ้านอ่าวแขวงเภา หมู่ 8 ต.ท้องเนียน ไปตรวจสอบพบซากโลมาหัวบาตรหลังเรียบ สีดำ เพศเมีย ยาว1.10 เมตร หนักประมาณ 35-40 กิโลกรัม อายุประมาณ 10 ปี ตายเกยตื้นอยู่ ตรวจสอบพบบาดแผลที่ครีบด้านหลัง 2 แผล แต่ไม่ทราบว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากอะไร โดยนายวชิรพงศ์ สกุลรัตน์ เปิดเผยว่า โลมาตัวดังกล่าวถือเป็นตัวที่ 3 ในรอบเดือน ที่ลอยมาเกยตื้นตายบริเวณชายหาดทะเลขนอม โดยตนได้แจ้งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเดินทางรับนำซากโลมาตัวดังกล่าวไปผ่าหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดและ หามาตรการป้องกันต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2558 อำเภอขนอมร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรม “กินกาแฟสัญจร” ที่วัดกลาง ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสร้างความรักความสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐและเอกชน และร่วมปรึกษาหารือพร้อมหาทางแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่
โดยนางจิรา ยิ่งยวด นายกสมาคมประมง อ.ขนอม กล่าวว่า การรุกล้ำเข้ามาทำประมงของเรือประมงเวียดนาม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางระบบนิเวศชายฝั่ง ที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้ปลาโลมาทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำตายอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายอาจจะมองว่า โลมาตายไปก็ไม่เป็นไรเพราะสามารถจะแพร่พันธุ์ออกมาทดแทนได้ อย่างไรก็ตามสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ประเด็นดังกล่าว แต่มันขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเลที่ถูกทำลายอย่างย่อยยับกำลังจะหมดไป เพราะการกระทำของกลุ่มคนไทยที่เห็นแก่ตัว มีการจ่ายผลประโยชน์กันมากมาย และคนรับที่รับผลประโยชน์คิดว่า ทุกฝ่ายคงรู้ดีว่ามีใครบ้าง จึงอยากกราบวิงวอนวอนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ในขณะนี้ชาวประมงในพื้นที่ไม่รู้จะพึ่งพาใครอีกแล้วให้ช่วยแก้ปัญหา จึงหวังพุ่งสื่อมวลชนเป็นหนทางสุดท้ายให้ช่วยสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับทรัพยากรชายฝั่งและชาวประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช”.
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 00:22:13
เวลาโพส2015-02-03 00:22:13

พบซากโลมาเกยตื้นตายตัวที่ 3 ในรอบเดือน
http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/952780.jpeg

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ก.พ. นายวชิรพงศ์ สกุลรัตน์ ประธานชมรมพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขนอม จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากนายสมชาย แซ่อุ่ย สมาชิกของชมรมว่า พบซากโลมาเกยตื้นเสียชีวิตบริเวณชายหาดทะเลบ้านอ่าวแขวงเภา หมู่ 8 ต.ท้องเนียน ไปตรวจสอบพบซากโลมาหัวบาตรหลังเรียบ สีดำ เพศเมีย ยาว1.10 เมตร หนักประมาณ 35-40 กิโลกรัม อายุประมาณ 10 ปี ตายเกยตื้นอยู่ ตรวจสอบพบบาดแผลที่ครีบด้านหลัง 2 แผล แต่ไม่ทราบว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากอะไร โดยนายวชิรพงศ์ สกุลรัตน์ เปิดเผยว่า โลมาตัวดังกล่าวถือเป็นตัวที่ 3 ในรอบเดือน ที่ลอยมาเกยตื้นตายบริเวณชายหาดทะเลขนอม โดยตนได้แจ้งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเดินทางรับนำซากโลมาตัวดังกล่าวไปผ่าหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดและ หามาตรการป้องกันต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2558 อำเภอขนอมร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรม “กินกาแฟสัญจร” ที่วัดกลาง ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสร้างความรักความสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐและเอกชน และร่วมปรึกษาหารือพร้อมหาทางแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่
โดยนางจิรา ยิ่งยวด นายกสมาคมประมง อ.ขนอม กล่าวว่า การรุกล้ำเข้ามาทำประมงของเรือประมงเวียดนาม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางระบบนิเวศชายฝั่ง ที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้ปลาโลมาทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำตายอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายอาจจะมองว่า โลมาตายไปก็ไม่เป็นไรเพราะสามารถจะแพร่พันธุ์ออกมาทดแทนได้ อย่างไรก็ตามสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ประเด็นดังกล่าว แต่มันขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเลที่ถูกทำลายอย่างย่อยยับกำลังจะหมดไป เพราะการกระทำของกลุ่มคนไทยที่เห็นแก่ตัว มีการจ่ายผลประโยชน์กันมากมาย และคนรับที่รับผลประโยชน์คิดว่า ทุกฝ่ายคงรู้ดีว่ามีใครบ้าง จึงอยากกราบวิงวอนวอนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ในขณะนี้ชาวประมงในพื้นที่ไม่รู้จะพึ่งพาใครอีกแล้วให้ช่วยแก้ปัญหา จึงหวังพุ่งสื่อมวลชนเป็นหนทางสุดท้ายให้ช่วยสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับทรัพยากรชายฝั่งและชาวประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช”.
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 00:22:13
เวลาโพส2015-02-03 00:22:13


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ก.พ. นายวชิรพงศ์ สกุลรัตน์ ประธานชมรมพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขนอม จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากนายสมชาย แซ่อุ่ย สมาชิกของชมรมว่า พบซากโลมาเกยตื้นเสียชีวิตบริเวณชายหาดทะเลบ้านอ่าวแขวงเภา หมู่ 8 ต.ท้องเนียน ไปตรวจสอบพบซากโลมาหัวบาตรหลังเรียบ สีดำ เพศเมีย ยาว1.10 เมตร หนักประมาณ 35-40 กิโลกรัม อายุประมาณ 10 ปี ตายเกยตื้นอยู่ ตรวจสอบพบบาดแผลที่ครีบด้านหลัง 2 แผล แต่ไม่ทราบว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากอะไร โดยนายวชิรพงศ์ สกุลรัตน์ เปิดเผยว่า โลมาตัวดังกล่าวถือเป็นตัวที่ 3 ในรอบเดือน ที่ลอยมาเกยตื้นตายบริเวณชายหาดทะเลขนอม โดยตนได้แจ้งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเดินทางรับนำซากโลมาตัวดังกล่าวไปผ่าหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดและ หามาตรการป้องกันต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2558 อำเภอขนอมร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรม “กินกาแฟสัญจร” ที่วัดกลาง ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสร้างความรักความสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐและเอกชน และร่วมปรึกษาหารือพร้อมหาทางแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่
โดยนางจิรา ยิ่งยวด นายกสมาคมประมง อ.ขนอม กล่าวว่า การรุกล้ำเข้ามาทำประมงของเรือประมงเวียดนาม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางระบบนิเวศชายฝั่ง ที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้ปลาโลมาทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำตายอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายอาจจะมองว่า โลมาตายไปก็ไม่เป็นไรเพราะสามารถจะแพร่พันธุ์ออกมาทดแทนได้ อย่างไรก็ตามสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ประเด็นดังกล่าว แต่มันขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเลที่ถูกทำลายอย่างย่อยยับกำลังจะหมดไป เพราะการกระทำของกลุ่มคนไทยที่เห็นแก่ตัว มีการจ่ายผลประโยชน์กันมากมาย และคนรับที่รับผลประโยชน์คิดว่า ทุกฝ่ายคงรู้ดีว่ามีใครบ้าง จึงอยากกราบวิงวอนวอนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ในขณะนี้ชาวประมงในพื้นที่ไม่รู้จะพึ่งพาใครอีกแล้วให้ช่วยแก้ปัญหา จึงหวังพุ่งสื่อมวลชนเป็นหนทางสุดท้ายให้ช่วยสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับทรัพยากรชายฝั่งและชาวประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช".
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 00:22:13
เวลาโพส2015-02-03 00:22:13











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น