วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ศาลจำคุกปลัดอบต.ผักขะเมืองสระแก้ว




เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสระแก้ว อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2620/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 1759/2552 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายโอภาส หรือนภัสกร สิเคน เป็นจำเลยที่ 1 ว่าที่ร.อ.พิริยะ ศาลารักษ์ เป็นจำเลยที่ 2 โดยบรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัด อบต.ผักขะ เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิก อบต.ผักขะ และกรรมการบริหารของ อบต.ผักขะ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจำนวน 30,500 บาทจากนายโกวิทย์ ตั้งเทียมพงษ์ ผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเป็นค่าเปรียบเทียบปรับสำหรับงานก่อสร้าง ที่ผู้เสียหายทำงานล่าช้า มิฉะนั้นจำเลยทั้งสองจะไม่เบิกเงินค่ารับจ้างก่อสร้างให้ผู้เสียหาย อันเป็นการเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่แล้วจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานดังกล่าว จึงร่วมกันนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้อื่น และประชาชน เหตุเกิดที่ ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 149 , 157 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง



โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค2 พิจารณาแล้วพิพากษากลับว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 , 157 ประกอบกับมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 , 157 ประกอบกับมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา149 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง สมควรลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 สำหรับนายนภัสกรรับราชการเป็น ปลัดอบต.หลายพื้นที่ในจ.สระแก้ว ปัจจุบันเป็นปลัดอบต.หนองตะเคียนบอน ส่วนนายพิริยะก็เคยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคชาติพัฒนาเมื่อปี 54 ด้วย.




สำนักข่าวWiFi Phitsanulok

ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 00:15:11





ศาลจำคุกปลัดอบต.ผักขะเมืองสระแก้ว
http://www.dailynews.co.th/imagecache/670x490/cover/952771.jpeg




เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสระแก้ว อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2620/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 1759/2552 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายโอภาส หรือนภัสกร สิเคน เป็นจำเลยที่ 1 ว่าที่ร.อ.พิริยะ ศาลารักษ์ เป็นจำเลยที่ 2 โดยบรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัด อบต.ผักขะ เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิก อบต.ผักขะ และกรรมการบริหารของ อบต.ผักขะ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจำนวน 30,500 บาทจากนายโกวิทย์ ตั้งเทียมพงษ์ ผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเป็นค่าเปรียบเทียบปรับสำหรับงานก่อสร้าง ที่ผู้เสียหายทำงานล่าช้า มิฉะนั้นจำเลยทั้งสองจะไม่เบิกเงินค่ารับจ้างก่อสร้างให้ผู้เสียหาย อันเป็นการเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่แล้วจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานดังกล่าว จึงร่วมกันนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้อื่น และประชาชน เหตุเกิดที่ ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 149 , 157 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง



โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค2 พิจารณาแล้วพิพากษากลับว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 , 157 ประกอบกับมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 , 157 ประกอบกับมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา149 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง สมควรลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 สำหรับนายนภัสกรรับราชการเป็น ปลัดอบต.หลายพื้นที่ในจ.สระแก้ว ปัจจุบันเป็นปลัดอบต.หนองตะเคียนบอน ส่วนนายพิริยะก็เคยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคชาติพัฒนาเมื่อปี 54 ด้วย.




สำนักข่าวWiFi Phitsanulok

ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 00:15:11






เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสระแก้ว อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2620/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 1759/2552 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายโอภาส หรือนภัสกร สิเคน เป็นจำเลยที่ 1 ว่าที่ร.อ.พิริยะ ศาลารักษ์ เป็นจำเลยที่ 2 โดยบรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัด อบต.ผักขะ เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิก อบต.ผักขะ และกรรมการบริหารของ อบต.ผักขะ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจำนวน 30,500 บาทจากนายโกวิทย์ ตั้งเทียมพงษ์ ผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเป็นค่าเปรียบเทียบปรับสำหรับงานก่อสร้าง ที่ผู้เสียหายทำงานล่าช้า มิฉะนั้นจำเลยทั้งสองจะไม่เบิกเงินค่ารับจ้างก่อสร้างให้ผู้เสียหาย อันเป็นการเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่แล้วจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานดังกล่าว จึงร่วมกันนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้อื่น และประชาชน เหตุเกิดที่ ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 149 , 157 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค2 พิจารณาแล้วพิพากษากลับว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 , 157 ประกอบกับมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 , 157 ประกอบกับมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา149 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง สมควรลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 สำหรับนายนภัสกรรับราชการเป็น ปลัดอบต.หลายพื้นที่ในจ.สระแก้ว ปัจจุบันเป็นปลัดอบต.หนองตะเคียนบอน ส่วนนายพิริยะก็เคยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคชาติพัฒนาเมื่อปี 54 ด้วย.


สำนักข่าวWiFi Phitsanulok

ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2015-02-03 00:15:11

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น