วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บชน.สั่งปิดถนน 14 เส้นหลักตั้งแต่ 14.00 น.สกัดม็อบบุกทำเนียบ


สั่งปิดถนน14เส้นรอบทำเนียบฯสกัดม็อบบุก
บชน.สั่งปิดถนน 14 เส้นหลักตั้งแต่ 14.00 น.สกัดม็อบบุกทำเนียบ เผยการข่าวพบกลุ่มคปท.-กปท. ระดมคนจากต่างจังหวัดร่วมเคลื่อนไหว
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์  รองผบช.น. และโฆษก บชน.  แถลงข่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า  สืบเนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ และกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่บริเวณสน.ลุมพินี และจากแนวทางสืบสวนทางการข่าวระบุว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวจะเดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามประกาศตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นในภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามระงับยับยั้งและแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ ประกอบกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้มีประกาศฉบับที่ 2 / 2556 เรื่อง ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ ดังนั้นกองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงมีความจำเป็นที่จะห้ามใช้เส้นทางคมนาคม 14 เส้นทาง ดังต่อไปนี้
1.ถนนราชสีมา ตั้งแต่แยกสวนรื่นฤดี ถึงแยกประชาเกษม
2.ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกวังแดง ถึงแยกยมราช
3.ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่แยกอู่ทองในถึงลานพระราชวังดุสิต ด้านหลังพระบรมรูปทรงม้า
4.ถนนลิขิต
5.ถนนพระราม5 ตั้งแต่ สะพานอรทัย ถึงแยกสุโขทัย
6.ถนนสุโขทัย ตั้งแต่ แยกสวนรื่นฤดี ถึงแยกสุโขทัย
7.ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกการเรือน ถึงแยกราชวิถี
8.ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกพระรูป ถึงแยกจปร.
9.ถนนลูกหลวง ตั้งแต่แยกสะพานวิศนุกรรมนฤมาน (ถนนลูกหลวงตัดถนนราชสีมา) ถึงสะพานเทวกรรม (ถนนลูกหลวงตัดถนนนครสวรรค์)
10.ถนนพิชัย ตั้งแต่ แยกขัตติยานี ถึงถนนราชวิถี
11.ถนนนครสวรรค์ ตั้งแต่แยกพิษณุโลก ถึงสะพานเทวกรรม
12.ถนนศรีอยุธยา ตั้งแตกแยกวัดเบญจมบพิตร ถึงแยกกองพล1
13.ถนนนครปฐม
14.ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่แยกประชาเกษม ถึงเทวกรรม 
"เส้นทางทั้งหมดจะดำเนินการปิดตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค.เป็นต้นไป พร้อมตั้งจุดตรวจเข้มงวดห้ามรถยนต์หรือบุคคลใดผ่านเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  อาทิ ประชาชนที่มีบ้านพักอยู่ในเส้นทาง หรือข้าราชการหากจะเข้าสถานที่ราชการสำคัญก็จะต้องแสดงบัตรให้ชัดเจน  ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นจะห้ามไม่ให้ผ่านเส้นทางดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยทางเจ้าหน้าที่จะกั้นแผงเหล็กและใช้กำลังเจ้าหน้าที่ยืนควบคุมแต่ละจุดอย่างเข้มงวด"พล.ต.ต.อดุลย์กล่าว
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ในการชุมนุมนั้น โดยกลุ่ม กปท. ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ที่สวนลุมพินี มียอดผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน  ส่วนกลุ่ม คปท. ที่ชุมนุมอยู่บริเวณแยกอุรุพงษ์ มียอดผู้ชุมนุมประมาณ 300 คน ส่วนในตอนกลางคืนจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาเสริมซึ่งมียอดเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1,500 คน
นอกจากนี้การข่าวสืบทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาจากต่างจังหวัดหลายจังหวัดจะเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมด้วย  และกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้าม หากปล่อยปละละเลยเกรงว่าจะเป็นปัญหาจึงได้สั่งปิดถนนทั้ง 14 เส้นทางดังกล่าว
ทั้งนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนพลเข้ามาในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลจริง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าทำการเจรจาทันที โดยจะใช้การเจรจาในทางลับ เพราะจะสามารถพูดคุยในรายละเอียดเชิงลึกได้  ส่วนกรณีคนร้ายปาระเบิดเพลิงเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์เมื่อกลางดึกของวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมานั้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนและเร่งติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป



ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว : 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น