วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บทสัมภาษณ์ที่โค้ชอ๊อดให้สัมภาษณ์สื่อจีน




泰女排主帅中秋送中国队月饼 战斗精神支撑我们夺冠
โค้ชลูกยางไทยมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้ทีมจีน กำลังใจฮึกเหิมสู้พวกเรา
25 กันยายน 2556 08:50 น. ตามเวลาปักกิ่ง
http://sports.sina.com.cn/o/2013-09-25/08506799824.shtml
http://epaper.ynet.com/html/2013-09/25/content_13131.htm?div=-1




การแข่งขัน ศึกลูกยางสาวชิงชนะเลิศแห่งเอเชียที่เพิ่งจบลงไปนั้น ลูกยางสาวไทยเอาชนะทีมจีนและญี่ปุ่นจนได้แชมป์ไปในที่สุด สร้างความสั่นสะเทือนกลางเวทีลูกยางเอเชีย แต่ทว่าเกียรติพงศ์ ผู้ฝึกสอนทีมไทยได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์เยาวชนปักกิ่งว่า เขายังเชื่อมั่นว่าทีมลูกยางสาวจีนยังเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของ โลก

     ไม่ว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งเพียงใด พวกเราก็ต้องทำการบ้านก่อนการแข่งขันทุกครั้ง จริง ๆ แล้วไม่เพียงแค่นัดที่แข่งกับทีมจีน แต่ว่าหลาย ๆ นัด รวมถึงนัดที่แข่งกับญี่ปุ่นและนัดอื่น ๆ ด้วย พวกเราทำกันแบบนี้ครับ

     ใน รายการเวิรล์กรังปรีซ์หลายปีมานี้ นักข่าวของหนังสือพิมพ์เยาวชนปักกิ่งได้รู้จักบุรุษสูง 1.90 เมตร รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาไทย ๆ จนมาถึงศึกลูกยางชิงชนะเลิศแห่งเอเชียเราก็ได้พบกับเขาอีก

วันนี้ เป็นวันไหว้พระจันทร์พอดี และก็เป็นวันชิงชัยระหว่างไทย-จีน คืนนั้น 5 ทุ่มกว่า เมื่อนักข่าวกลับไปยังโรงแรม ล่ามผู้ติดตามได้ส่งขนมไหว้พระจันทร์มาให้ 1 กล่อง เธอบอกนักข่าวว่า "โค้ชอ๊อดส่งมาให้โดยเฉพาะค่ะ ทุกคนในทีมจีนได้คนละ 1 ชิ้น" ความละเอียดลออและน้ำใจของโค้ชอ๊อดอดทำให้ทีมจีนซาบซึ้งไม่ได้ แถมยังคุ้นเคยกับประเพณีจีนอีก ซึ่งมันคงมาจากความรู้สึกจากใจต่อทีมจีน

     ตอน เกียรติพงศ์หนุ่ม ๆ นั้น เขาเป็นกำลังหลักของทีมลูกยางชายไทย อีกทั้งตอนที่เขาเป็นนักกีฬานั้น ช่ายปินวัยเดียวกันก็เป็นมือเซตของทีมชาติจีน เกียรติพงศ์เคยมาฝึกซ้อมที่ประเทศจีนหลายครั้ง ได้รับปรัชญาวอลเล่ย์บอลจีนไปด้วย เขาบอกกับนักข่าวเราว่า "ตอนที่เขายังเป็นนักกีฬานั้น เคยมากับทีมชาติไทย มาฝึกซ้อมที่ฝูเจี้ยนอยู่ประมาณเดือนนึง คุ้นเคยกับเฉินจงเหอ เจิ้งจ้งหยวน ผู้ฝึกสอนชาวจีนอย่างดี หลังจากฝึกกลับมาแล้ว พวกเราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างกลับมามากมาย

    หลังจากมอบขนมไหว้พระจันทร์ เกียรติพงศ์กลับไม่ได้นอนทั้งคืน เขาบอกนักข่าวว่า "เมื่อกลับถึงห้องที่โรงแรม ผู้ช่วยของผมก็นำข้อมูลกลยุทธ์ทั้งหลายมาให้ผม ผมวิเคราะห์ข้อมูลเทคนิกในคอมพิวเตอร์ว่าทีมจีนมีข้อดีตรงไหน ถึงแม้ว่าพวกเราจะรู้ว่าโอกาสชนะทีมจีนมีน้อยเพียงใด แต่นี่คืองานของพวกเรา ไม่ว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งเพียงใด พวกเราก็ต้องเตรียมพร้อมก่อนการแข่งขันเสมอ อันที่จริงไม่เพียงแต่นัดที่แข่งกับทีมจีนเท่านั้น แต่ว่าหลาย ๆ นัด รวมถึงนัดที่แข่งกับญี่ปุ่นและนัดอื่น ๆ พวกเราก็ทำกันแบบนี้ ดังนั้นในระหว่างทัวร์นาเม้นต์ชิงแชมป์เอเชียนี้ ผมได้นอนน้อยมากครับ"

   ใน วันต่อมา ศึกไทย-จีนได้เริ่มขึ้น ในเซตแรกทีมจีนเอาชนะไปได้อย่างสบาย ๆ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ทีมไทยเริ่มบุกมากขึ้น ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมนับหมื่นนั้น ทีมไทยก็กำชัยชนะไว้ได้ ดูเหมือนว่า เกียรติพงศ์จะไม่เพียงแต่คุ้นเคยกับประเพณีจีน แต่กัยังคุ้นเคยกับรูปแบบการเล่นของทีมจีนด้วย
  
     ชนะทีมจีนได้ถือว่าเป็นโชค

    แพ้ นัดนี้ ไม่เป็นไร เป็นความรับผิดชอบของผม แต่หากชนะนัดนี้ นี่คือน้ำพักน้ำแรงของทีมนักกีฬา เพราะพวกเขาขยัน และทำได้ พวกเธอได้ทำให้เห็นแล้วว่าตนเองนั้นสุดยอด

     ก่อนการแข่งขันกับ จีนในรอบรองชนะเลิศ เกียรติพงศ์เคยกล่าวไว้ว่า ทีมไทยมีโอกาสชนะเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ว่าหลังจากชนะ 3-2 แล้ว เกียรติพงศ์ก็ยังว่ามันเป็นโชค เขาแจงเหตุการณ์กับนักข่าวของเราว่า "จนกระทั่งตอนนี้ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นความจริง พวกเราชนะทีมชาติจีนเหรอ? พวกเราได่เข้าชิงเหรอเนี่ย?

    ในระหว่าง การแข่งขันวันนั้น เกียรติพงศ์เผยความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า "ก่อนการแข่งขัน ผมเรียกนักกีฬาทุกคนมาคุย บอกพวกเธอว่าต้องเล่นยังไง ต้องระวังคู่แข่ง(จีน)ตรงไหนบ้าง ตอนแข่งนั้น ผมใส่หูฟังยืนอยู่ข้างสนาม  ฝ่ายเทคนิคบอกข้อมูลสถิติต่าง ๆ กับผม อย่างเช่นว่า คนไหนของจีนรับบอลแรกไม่ดี ตำแหน่งการบล็อคตรงไหนเป็นยังไง ผมก็จะเข้าใจได้ทันที หลังจากนั้น พวกเราก็จะดูสถานการณ์ในสนามแล้วก็แจ้งกับนักกีฬา หลายคนบอกว่า บอลเซตเราไม่ดี พวกคุณรู้กันหรือเปล่า บอลเซตแต่ละลูกเป็นยังไงผมก็บอกตลอด นักกีฬาเราสูงสู้จีนไม่ได้ บล็อคเป็นไงบ้าง ผมก็บอกพวกเธอหมด แน่นอนว่า ถ้านัดนี้เราแพ้ ก็ไม่เป็นไร เป็นความรับผิดชอบของผมเอง แต่ถ้าชนะ นี่คือน้ำพักน้ำแรงของทีมนักกีฬา เพราะพวกเขาขยัน และทำได้ พวกเธอได้ทำให้เห็นแล้วว่าตนเองนั้นสุดยอด แน่นอนว่า พวกเราโชคดีที่ชนะ ในระหว่างแข่งขัน ทีมจีนมีโอกาสชนะหลายครั้ง แต่ว่าพวกเราโชคดีกว่า




    กลับโรงแรมในคืนชิงแชมป์
  
    ผมถามพวกเธอว่า คุณพร้อมกันหรือยัง? พวกเธอตอบว่า พร้อมแล้วค่ะ ! ผมพูดว่า "ดี งั้นพวกเราไปสู้ให้เต็มที่กัน"

    ใน คืนก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ สาวไทยนอนไม่หลับกัน ในระหว่างการแข่งขัน ทีมไทยกวาดทีมญี่ปุ่นไป 3-0 เซตได้รับชัยชนะไปในที่สุด หลังพิธีมอบรางวัลเสร็จสิ้นลง เกียรติพงศ์และทีมได้เดินเท้าจากสนามแข่งขันเพื่อกลับโรงแรม เกียรติพงศ์บอกว่า  "ก่อนการแข่งขันเราขอพร(บน)ไว้ว่า ถ้าเราได้แชมป์เราทุกคนในทีมจะเดินจากสนามแข่งกลับโรงแรมกัน  ทั้งสองข้าง ทางที่เดินกลับเต็มไปด้วยแฟน ๆ พวกเราเดินไปคุยกันไป ทักทายแฟน ๆ ถ่ายรูป แจกลายเซ็นต์ สุดท้าย พวกเราใช้เวลาเดินทั้งสิ้นสามชั่วโมงกว่า ๆ ถึงโรงแรมฟ้าก็จะสว่างแล้ว"

เกียรติ พงศ์เปิดเผยว่า "หลังจากแข่งกับจีนเสร็จ นักกีฬาไทยน้ำตาไหลด้วยความดีใจ พวกเราตื่นเต้นมาก แต่ว่าพวกเราก็คุมไว้ได้ ไม่ร้องไห้ เพราะการแข่งขันยังไม่ได้สิ้นสุดลง พรุ่งนี้ก็เป็นนัดชิงชนะเลิศ เขากล่าวว่า "ถึงแม้ว่าเราจะเพิ่งชนะทีมญี่ปุ่นมา แต่ว่าคืนนั้นเราไม่ได้นอน ผมเอาข้อมูลทีมญี่ปุ่น 4 นัดล่าสุดมาวิเคราะห์ดู หาวิธีที่จะเอาชนะเขาให้ได้ แต่ลูกทีมผมตื่นเต้นที่ชนะทีมจีนมาได้จนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เช้ามาผมปฏิเสธการให้สัมภาษณ์จากทุกสื่อ มีสำนักข่าวทีวีรายหนึ่งมาหาแต่เช้า ก็โดนผมปฏิเสธไป ผมบอกว่า "หลังการแข่งขันโอเคไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้คือไม่ได้! สุดท้ายสื่อรายนั้นก็ร้องไห้กลับไป เหตุผลนั้นง่ายมาก คือ ไม่ต้องการให้ลูกทีมได้รับการรบกวนทางจิตใจและมีสมาธิสำหรับการแข่งขันเท่า นั้น เช้ามาผมเรียกซ้อม รวมใจให้เป็นหนึ่ง ตอนบ่ายก็เรียกทุกคนมาคุย อธิบายเทคนิคการเล่นอย่างละเอียด ทุกคนเข้าใจว่าแต่ละคนต้องเล่นยังไงบ้าง แล้วผมก็ถามพวกเธอว่า "คุณพร้อมกันแล้วหรือยัง? พวกเธอตอบว่า "พร้อมแล้วค่ะ" ผมก็บอกว่า "ดี งั้นพวกเราไปสู้ให้เต็มที่กัน"

     หลัง จบการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ สื่อไทยหลายสำนักมารุมล้อมทีมนักกีฬา อีกทั้งยังมีสื่อร่วมเดินเท้ากลับไปยังโรงแรมกับนักกีฬาด้วย เกียรติพงศ์เปิดให้สัมภาษณ์อย่างเต็มที่ วันต่อมา เขาก็ประกาศว่า "ทางทีมขอพักร้อน 7 วัน" ซึ่งทำให้ลูกทีมดีใจมากเพราะไม่คาดคิดมาก่อน เกียรติพงศ์บอกว่า "หลายปีมานี้ นี่คือการพักร้อนครั้งแรก"


    กุญแจสำคัญในการสร้างความฮึกเหิม
  
    ผม รู้ว่า พวกเธอไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ แต่ว่าจิตใจทุกคนแกร่งกว่า พวกเธอรู้ว่าทำไมถึงฮึกเหิม ผมขอบคุณพวกเธอมาก ผมดีใจที่มีลูกทีมที่ีดีมาก ๆ

    4 ปีมานี้ นักกีฬาลูกยางสาวเป็นที่จับตามอง ไม่เพียงแต่ชนะทีมจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือว่าทีมเอเชียทั้งหลาย แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้แชมป์เอเชียถึง 2 ครั้ง นอกจากความคุ้นเคยกันในทีมและประสบการณ์ที่สะสมมาแล้ว จิตใจที่แข็งแกร่งนั้นเป็นสิ่งทำให้พวกเขาเล่นออกมาได้เต็มที่

    เกียรติ พงศ์บอกกับนักข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ผู้ชมชอบวอลเล่ย์บอลสาวของเรามาก ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเราทำผลงานได้ดี แต่ว่าพวกเธอนับวันยิ่งแกร่งกล้า ลูกทีมผมบาดเจ็บหลายคน อย่างเช่นอรอุมามีที่ไหล่ขวาอยู่ 3 ที่ ส่วนเบอร์10 และ 12 นั้น มีบาดแผลที่เอวด้านหลังและสะโพกขวา เข่า จนถึงข้อเท้าขวา ทั้งหมดนี้บาดเจ็บรุนแรงมาก เจ็บมาก นอกจากจะบำบัดรักษาแล้ว ก่อนการแข่งขันทุกนัดทางทีมแพทย์และทีมกายภาพก็จะแจ้งสภาพร่างกายและอาการ ทุกครั้ง แล้วก็จะถามแต่ละคนว่าเจ็บยังไงบ้าง พวกเธอก็จะตอบว่า "ไม่เป็นไร" ผมก็จะบอกว่า "ป่ะ งั้นเราไปสู้ให้เต็มที่กัน" หลังจากที่เธอเล่นอย่างเต็มที่ในสนามจนดูเหมือนไม่มีอาการบาดเจ็บ แต่ผมรู้ว่า ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่เจ็บ แต่ว่าจิตใจนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเธอรู้ว่าทำไมต้องฮึกเหิม ผมขอบคุณพวกเธอมาก ๆ ผมดีใจมากที่มีลูกทีมที่ดีมาก ๆ อย่างนี้"

     แต่ทว่า ทัวร์นาเม้นต์นี้ สิ่งที่ทำให้เกียรติพงศ์ดีใจมากคือการเอาชนะญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง เป็นการเอาชนะความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ไปซะหมด เขากล่าวว่า "การแข่งขันเพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิกเมื่อปีที่แล้วนั้น อีกนิดเดียวก็จะได้ไปแข่งโอลิมปิกแล้ว แต่ผลการแข่งขันนัดญี่ปุ่น-เซอร์เบียนั้นดับฝันของพวกเรา สร้างความเจ็บปวดให้พวกเราและคนไทยมาก มีลูกทีมหลายคนอยากเลิกเล่นวอลเล่ย์บอลกันเลยทีเดียว ตอนนั้นผมกลับไทยได้วันเดียวก็เตรียมตัวขึ้นเครื่องบินเพื่อบินไปกับปักกิ่ง ผมอยากไปหาประธาน FIVB เพื่อถามว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าสุดท้ายผมก็สงบจิตใจตัวเองลง และไม่ได้ทำ ผมเีรียกลูกทีมทุกคนมาคุย ค่อย ๆ ดึงพวกเธอขึ้นมาเริ่มต้นกันใหม่ให้ได้ ให้มีกำลังใจฮึกเหิมฮึดสู้ ดังนั้น ชัยชนะเหนือญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นเพราะความกระหายชัยชนะที่ยิ่งใหญ่  พวกเราได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว"
การออกไปเล่นลีกต่างประเทศ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

    ผม นำนักกีฬาทีมชาติ 7 คนไปเล่นลีกที่อาเซอร์ไบจัน การเข้ามาอยู่ในสโมสรที่มีมาตรฐานสูงและนักกีฬาที่ดีนั้น ทำให้นักกีฬาได้ประสบการณ์ที่ดีและได้ยกระดับมาตรฐานการเล่นของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

     ในระหว่างการพูดุคย ถึงแม้ว่าเกียรติพงศ์จะไม่ได้เปิดเผยเคล็ดลับการฝึกสอนทีมลูกยางสาวไทย แต่ทว่า เขาบังเอิญบอกเคล็ดมาอย่างหนึ่ง การออกไปเล่นลีกนั้นนอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการเล่นแล้วยังเป็นการ ปรับปรุงแก้ไขด้วย

     นักตบสาวไทยรูปร่างไม่สูง สภาพแวดล้อมก็ไม่ได้เอื้อต่อการเล่นวอลเล่ย์บอลมากนัก เขากล่าวว่า "นักกีฬาเหล่านี้อยู่กับผมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนี้พวกเธอรายได้ต่อเดือนประมาณ 4-5000 หยวน( 20000-25000 บาท) พวกเธอรูปร่างไม่สูง ไม่ได้ช่วยในการเล่นวอลเล่ย์บอลมากนัก เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของพวกเธอรวมทั้งช่วยเปิดโลกกว้างให้พวกเธอ พวกเราจึงเร่งติดต่อสโมสรต่างๆ ในเอเชีย(รวมทั้งจีน) และยุโรป เมื่อปีที่แล้ว ทีมชาติเราทั้ง 7 คนไปเล่นให้กับสโมสรหนึ่งในอาเซอร์ไบจัน การได้เล่นในสโมสารที่มีมาตรฐานสูงนั้นยกระดับความสามารถและประสบการณ์ของ นักกีฬาได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ไขจุดบกพร่องด้วย ปีนี้ นักกีฬาเรา 5 คนไปเล่นที่อาเซอร์ใบจัน ในนี้ 4 คนจะได้ร่วมทีมเดียวกันกับเว่ยชิวเยว่ หม่ายุนเวิน และจางเหล่ย"

     ดูเหมือนว่า การออกไปเล่นนอกบ้านนั้นทำให้ทีมไทยพัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าในปีนี้เกียรติพงศ์ไม่ได้ตามไปคุมนักกีฬาอีก เขาบอกว่า "ผมต้องอยู่สอนในประเทศเพื่อฝึกผู้เล่นที่ขึ้นมาใหม่ ตอนนี้ทีมชาติก็เริ่มอายุเยอะขึ้นแล้ว การฝึกผู้เล่นเด็ก ๆ ขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก"

    บิดาแห่งลูกยางไทย?

     ผมรักวอลเล่ย์บอลมาก 16 ปีมานี้ผมไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก วอลเล่ย์บอลเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม

     ปีนี้  เกียรติพงศ์มีอายุ 47 ปี  ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมาก็เป็นเวลา 16 ปีแล้ว ตั้งแต่ทีมไทยอ่อนแอจนกระทั่งแข็งแกร่ง จวบจนการได้เป็นแชมป์เอเชียครั้งแรกในปี 2009 และอีกเพียงนิดเดียวก็จะได้ไปโอลิมปิก 2012 จนกระทั่งวันนี้ที่เอาชนะทีมชาติจีนและทีมเหรียญทองแดงโอลิมปิกอย่างญี่ปุ่น จนเป็นแชมป์สมัยที่สอง  ผลงานนี้นับเป็นผลงานที่ดีที่สุดผลงานหนึ่งในวงการ กีฬาไทย

    ตั้งแต่เขาเริ่มเป็นผู้ฝึกสอน เขาฝึกสอนนักกีฬาระดับเยาวชนและระดับมหาวิทยาลัยมามากมาย เพราะเหตุนึ้ จึงมีสื่อบางสำนักให้ฉายา "บิดาลูกยางไทย" แก่เขา เกียรติพงศ์หวาด ๆ เล็กน้อย เขาบอกว่า "จะพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้ ผมแค่รักวอลเล่ย์บอลมาก 16 ปีมานี้ผมไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก วอลเล่ย์บอลคือทุำกสิ่งทุกอย่างในชีวิตผม" แต่ในระหว่างเกมการแข่งขัน เขาเคยพูดต่อหน้ากองเชียร์และชี้ไปยังพวกเขา พร้อมพูดกับนักข่าวเราว่า "พวกเขาคือนักเรียนของผม" 

    รูป ร่างสูงใหญ่อย่างเกียรติพงศ์นั้น สามารถเห็นได้ชัดท่ามกลางถนนต่าง ๆ ในเมือง ผู้คนทุกเพศทุกวัยนั้นเข้ามารุมล้อมไหว้ขอบคุณเขา รวมทั้งขอลายเซ็นต์ ถ่ายรูป แม้กระทั่งตอนกินข้างกลางวัน ก็ยังมีบริกรมาทักเขา แสดงให้เห็นว่าเกียรติพงศ์นั้นได้กลายเป็นวีรบุรุษของคนไทยไปเสียแล้ว เกียรติพงศนั้นได้แต่ยิ้มรับเล็กน้อย  เขายิ้มแย้มกล่าวกับนักข่าวเราว่า "พวกเขาไม่ได้รักผมหรอก แต่พวกเขารักทีมลูกยางสาวไทยต่างหาก"

    แต่ วีรบุรุษของคนไทยคนนี้ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้กลายเป็น "คนผิด" ในสายตาแฟนลูกยางไทย เกียรติพงศ์กล่าวว่า "ตอนนั้นผลงานเราแย่ หลาย ๆ คนจึงเคลือบแคลงสงสัยในความสามารถของผม พูดกับผมด้วยคำที่ไม่น่าฟังเท่าไหร่ ผมรู้สึกแย่มาก แต่ว่าผมก็ไม่ได้อธิบายอะไรกับเขา เพื่อนของผมคนนึงเป็นผู้บันทึกรายการของทีมลูกยางสาวไทยในหลายปีมานี้ (คิดว่าคือ "สู้สุดใจไทยแลนด์" นะคะ)  ต่อมาก็ได้ทำรายการเป็น 3 ตอน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการทำงานของพวกเราตลอด 16 ปีมานี้  ฉายทุกวันศุกร์ พอตอนที่ 2 ฉาย เหมาะเจาะพอดีกับตอนที่เราชนะทีมจีน ทำให้ รายการนี้ดังมาก ๆ ทุกคนก็เลยเข้าใจความพากเพียรของพวกเราตลอดเวลาที่ผ่านมา

    ภารกิจ ที่ยุ่งวุ่นวายเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หัวใจของเกียรติพงศ์มีปัญหา เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แพทย์ได้บอกให้เกียรติพงศ์งดเนื้อสัตว์ เหล้าและบุหรี่  ทำให้เกียรติพงศ์ที่ปกติเป็นคนทานเนื้อสัตว์ สูบบุหรี่ และดื่มเหล้านั้นเจ็บปวดมาก แต่ในที่สุด เขา็ก็สามารถเลิกได้ระยะเวลา 4 ปีเต็ม เมื่อกล่าวถึงประสบการณ์ตรงนี้ เกียรติพงศ์กล่าวว่า "แทบจะทนไม่ได้เลย แต่ว่าปีนี้หมอบอกผมว่า ตอนนี้สามารถกินเนื้อสัตว์ได้แล้วนะ แต่ยังหัามเหล้าและบุหรี่อยู่"

   ถึงแม้ว่าจะกำชัยชนะเหนือทีมจีนและญี่ปุ่น แต่เกียรติพงศ์ยังกล่าวเกี่ยวกับวงการลูกยางเอเชียและลูกยางโลกไว้ว่า ทีมลูกยางจีนนั้นยังเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เขาบอกว่า "ครั้งนี้เราชนะถือว่าโชคดีมาก ทีมจีนเล่นได้ไม่ดีนัก แต่ว่าพวกคุณมีนักกีฬาที่พร้อมและมีสภาพร่างกายที่ดี และยังมีหลางผิง ผู้ที่เป็นโค้ชที่ดีมากอีกด้วย ดังนั้น ถ้าให้เวลาทีมจีนอีกสักหน่อย ผมเชื่อว่า ทีมจีนก็จะยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอยู่ดี"





หากโค้ชอ๊อดได้เข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าเราแปลผิดพลาดประการใด 
เราก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

ขอบพระคุณผู้แปล คุณทายในขวดแก้ว จาก Pantip.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น