
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรับทัพเล็กน้อยจากเกมที่แล้ว โดยถอดเอาเยโรม บัวเต็ง ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วส่งฆาบี มาร์ติเนซ ลงมาเล่นแทนโดยจะลงมายืนเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับดานเต้ ส่วนแนวรุกจัดเต็มสูบนำโดยอาร์เยน ร็อบเบน ,มาริโอ เกิทเซ ,โทนี่ ครูส และหน้าเป้ายังคงเป็นมาริโอ มานด์ซูคิช เช่นเคยด้านผู้มาเยือนของกุนซือเยนส์ เคลเลอร์ กำลังอยู่ในช่วงขวัญเสียหลังถูกมาดริดบุกมาถล่ม 6-1 เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งานเฟลิปเป้ ซานตานา ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้คิเรียกอส ปาปาโดปุลอส ถูกส่งลงมาทำหน้าที่แทน ส่วนสามประสานในแนวรุกยังใช้ชุดเดิมนำโดยเจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน ,จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ และคลาส ยาน ฮุนเตลาร์เริ่มเกมมาไม่ถึง 3 นาที แฟนบอลเสือใต้ก็ได้ส่งเสียงเฮกันลั่นอัลลิอันซ์ อารีนา จากจังหวะที่เดวิด อลาบ้า ซัดฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา บอลไปแฉลบกำแพงทำให้บอลเปลี่ยนทางพุ่งย้อยเสียบเสาสองเข้าประตูไป ช่วยให้บาเยิร์นขึ้นนำ 1-0และยังเป็นบาเยิร์นที่เป็นฝ่ายครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งนาทีที่ 15 ก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่มาริโอ มานด์ซูคิช บรรจงไหลบอลทะลุช่องไปให้กับอาร์เยน ร็อบเบน วิ่งหลุดเดี่ยวเข้าในกรอบเขตโทษก่อนจะชิฟบอลสวนตัวราล์ฟ ฟาห์รมันน์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น ช่วยให้บาเยิร์นหนีห่างเป็น 2-0และในนาทีที่ 24 บานเยิร์นก็มาได้ประตูที่สามจนได้ จากจังหวะที่เดวิด อลาบา เลี้ยงมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษให้มาริโอ มานด์ซูคิช เทคตัวโหม่งเต็มศรีษะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ให้บาเยิร์นหนีเป็น 3-0 สกอร์ไหลเป็น 4-0 ในนาทีที่ 28 อาร์เยน ร็อบเบน วิ่งตัดบอลโฉบเข้าในกรอบเขตโทษก่อนจะตวัดเร็วด้วยซ้ายส่งบอลพุ่งเข้าไปนอนจมก้นตาข่าย ให้บาเยิร์นทิ้งห่างเป็น 4-0ช่วงท้ายครึ่งแรกชาลเก้มีโอกาสได้จบสกอร์บ้างแต่ก็ยังไม่ผ่านมือของมานูเอล นอยเออร์ ทำให้จบครึ่งเวลาแรกเจ้าบ้านนห่าง 4-0เข้าสู่ครึ่งหลังทีมเยือนเปิดเกมรุกได้มากกว่าครึ่งแรก จนในนาทีที่ 63 ชาลเก้ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะลูกเตะมุมของทีมเยือนที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ และก็เป็นราฟินญา ที่สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเองไป ช่วยให้ชาลเก้ตามตีไข่แตกเป็น 1-4 เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูที่ห้า ในนาทีที่ 68 จากจังหวะที่อาร์เยน ร็อบเบน ดึงหลบกองหลังชาลเก้ในกรอบเขตโทษก่อนจะบรรจงไหลย้อนไปให้กับบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ วิ่งเข้ามาแปด้วยขวาเน้นๆแต่ราล์ฟ ฟาห์รมันน์ ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟพุ่งปัดสุดปลายมือส่งบอลออกหลังไปนาทีที่ 75 สถานการณ์ทีมเยือนเลวร้ายหนักไปกว่าเดิมเมื่อคิเรียกอส ปาปาโดปุลอส ไปทำฟาล์วมาริโอ มานด์ซูคิช ในเขตโทษทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกแจกใบแดงให้กับเจ้าตัวพร้อมชี้ให้เป็นลูกจุดโทษ และก็เป็นอาร์เยน ร็อบเบน ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ให้บาเยิร์นนำ 5-1 พร้อมกับเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้จบเกมบาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านถล่มชาลเก้สิบคนไป 5-1 นำฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น หลังแข่ง 23 นัดมี 65 คะแนน นำดอร์ทมุนด์อันดับสองอยู่ 20 คะแนน
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยgoal.com ข่าวฟุตบอล
เวลาโพส2014-03-03 00:02:11
เวลาโพส2014-03-03 00:02:11











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น