
ระหว่างที่ครอบครัวและญาติมิตรของผู้โดยสารเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส รอคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานานเกือบ 1 เดือนแล้ว ว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ความรู้สึกเจ็บปวดเดียวกันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในจิตใจของครอบครัวและญาติมิตรของผู้โดยสารเที่ยวบินเอ็มเอช 653 ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกเมื่อ 37 ปีที่แล้ว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า เกิด "อะไร" ขึ้นภายในห้องนักบินกันแน่ และเป็นฝีมือของ "ใคร"
โศกนาฏกรรมเที่ยวบินเอ็มเอช 653 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2520 โดยเที่ยวบินดังกล่าวใช้เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-200 มีกำหนดออกเดินทางจากเกาะปีนังมุ่งหน้ากรุงกัวลาลัมเปอร์ พร้อมผู้โดยสาร 93 คน และลูกเรือ 7 คน อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงจุดหมายไม่นาน เครื่องบินกลับถูกจี้โดยสลัดอากาศ ซึ่งบังคับให้นักบินเปลี่ยนเส้นทางไปยังสิงคโปร์ หลังจากนั้นเครื่องบินตกลงในป่ารกทึบ ในเมืองตันจุงกูปัง รัฐยะโฮร์ ทางตอนใต้ของประเทศ คร่าชีวิตผู้ที่อยู่บนเครื่องทั้ง 100 คน และศพที่เจ้าหน้าที่กู้ออกมาล้วนอยู่ในสภาพไม่เกรียมจนไม่สามารถระบุเอกลักษณ์บุคคลได้
ในเวลาต่อมา รายงานของสำนักงานการบินพลเรือนมาเลเซียระบุผลการตรวจสอบกล่องบันทึกข้อมูลการบิน หรือกล่องดำ ซึ่งในตอนหนึ่งมีการรายงานการเกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดภายในห้องนักบิน ซึ่งทั้งกัปตันและนักบินผู้ช่วยเสียชีวิตคาที่ แต่เกิดข้องสงสัยตามมา ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่มีการระบุว่าสลัดอากาศเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มหัวรุนแรงใดหรือไม่ แม้แต่จำนวนของคนร้ายก็ไม่มีการเปิดเผยในรายงาน
กระนั้นข้อมูลจากกล่องดำระบุว่า หลังนักบินทั้งสองคนเสียชีวิต สลัดอากาศบังคับเครื่องบินด้วยความเร็วที่สูงเกินกว่าประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ โดยความเร็วสุดท้ายอยู่ที่ราว 450 น็อต ก่อนตกลงสู้พื้น ซึ่งรายงานของมาเลเซียสรุปว่า เป็นอุบัติเหตุที่ปราศจากการควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือนักบินนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม พยานบางส่วนกล่าวว่า เห็นไฟลุกท่วมเครื่องบินก่อนตกลงกระแทกพื้น ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกล่าวว่าได้ยินเสียงระเบิดกลางอากาศดังสนั่นหวั่นไหว แต่พนักงานสืบสวนยืนยัน ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ได้ว่า เครื่งบินเกิดไฟไหม้หรือระเบิดก่อนตกลงสู่พื้น
รูธ พาร์ ซึ่งสูญเสียบิดาไปในเที่ยวบินเอ็มเอช 653 กล่าวว่า ผ่านมานาน 37 ปีแล้วแต่ปริศนาหลายข้อยังไม่ได้รับการไขให้กระจ่าง ด้านทอม เชอร์ริงตัน ซึ่งสูญเสียบิดาไปในเที่ยวบินเดียวกัน เผยว่าเดินทางไปยังอนุสรณ์สถานของเที่ยวบิน ที่รัฐบาลมาเลเซียสร้างเอาไว้ใกล้กับจุดที่เครื่องบินตก เพื่อแสดงความรำลึกถึงผู้วายชนม์เป็นประจำ เชอร์ริงตันกล่าวว่า เข้าใจสภาพจิตใจของครอบครัวผู้ที่อยู่บนเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เป็นอย่างดี ในช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ การให้กำลังใจและมอบความรักให้กันและกันคือสิ่งสำคัญที่สุด มากกว่าการคอยจ้องกล่าวหาผู้ที่จะมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2014-03-28 18:22:09
เวลาโพส2014-03-28 18:22:09











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น