
กรณีที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถูกตัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 6,700ล้านบาท ส่งผลให้ผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ไม่สามารถกู้ยืมเงินได้ตามเป้า ขณะนี้ กยศ.ของบฯ กลางมาช่วย แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่นั้น วันนี้( 1มี.ค.) น.ส.ทวีพร ศรีเพิ่มพูน หรือน้องเวียร์ นักเรียนชั้น ม.6 รร.พระนารายณ์ จ.ลพบุรี กล่าวว่า เวียร์มีพี่น้อง 3 คน เวียร์เป็นลูกคนที่ 2 ส่วนพี่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ส่วนน้องกำลังเรียนอยู่ ม.2 ซึ่งเวียร์และพี่ได้กู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมเรียนเพื่อการศึกษา(กยศ.)มาตั้งแต่เรียนม.ปลาย เพราะครอบครัวมีฐานะไม่ค่อยดี และต้องเรียนพร้อมกันถึง 3 คน ถ้าจะให้พ่อแม่มาจ่ายเงินให้เรียนทุกคนเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากไม่ได้เสียค่าเทอมอย่างเดียว แต่ต้องมีค่าครองชีพอื่น ๆอีกมาก ซึ่งเวียร์ตั้งใจว่าถ้าจบม.6 จะเรียนต่ออุดมศึกษา และจะกู้ กยศ.ต่อไปด้วย เพราะ กยศ.จะมีให้กู้ยืมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ แต่พอมาได้ยินข่าวว่า กยศ.ถูกตัดงบฯจำนวนมาก และอาจจะทำให้ผู้กู้ยืมรายเก่า และรายใหม่ไม่ได้กู้ยืมเรียนเลย และที่ว่ามีการจะขอเงินอื่นมาช่วยนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่อีก เวียร์ก็รู้สึกท้อแท้ไม่รู้จะเรียนต่อดีหรือไม่ เพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องมาลำบากหาเงินมาส่งเสียเวียร เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดี พ่อแม่คงจะลำบากหลายเท่าที่ต้องมาส่งเวียร์เรียน
“เวียร์ตั้งใจตั้งแต่ต้นจะเรียนให้จบมหาวิทยาลัย เพื่อจะได้มีงานดี ๆทำ หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ไม่เป็นภาระให้กับสังคม พอรู้ว่าอาจจะไม่มีเงินให้กู้ยืมเรียน ก็รู้สึกท้อแท้ใจต้องกลับมาคิดอีกทีว่าอนาคตจะทำอะไรต่อดี อยากวิงวอนผู้ใหญ่ทุกคนช่วยหาเงินมาให้เด็กที่ยากจน แต่ตั้งใจเรียนจริง ๆ ให้ได้เรียนทุกคน ถึงแม้จะไม่มีเงินให้เรียนฟรี อย่างน้อยน่าจะมีเงินให้เด็กได้กู้ยืมเรียน และอยากได้คำตอบเร็ว ๆว่าจะมีเงินให้กู้ยืมหรือไม่ เพื่อจะได้วางแผนชีวิตให้กับตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม เด็กที่กำลังจะจบม.3 และม.6 นั้นถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากไม่มีเงินเรียนเด็กจะเบนเข็มตัวเองออกจากโรงเรียนทันที จะทำให้หมดอนาคตได้ และเวียร์เป็นคนหนึ่งไม่อยากให้เรื่องการไม่มีเงินเรียนมาทำให้ตัวเองต้องหมดอนาคต ” น้องเวียร์ กล่าว
นางพิทยา แสงจันทร์ ผู้ปกครองนักศึกษาชั้นปีที่ 1มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่า กยศ.ถูกตัดงบฯ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้กู้ทั้งรายเก่า และรายใหม่ ทำให้รู้สึกเครียด และกังวลมาก เพราะเงิน กยศ.สำคัญกับการเรียนของลูกตนมาก เนื่องจากตนเป็นแม่บ้าน ไม่มีรายได้ประจำ ตอนนี้อายุ 64 ปี จะให้ไปทำงานอื่น ๆก็อาจจะไม่มีใครให้ทำ แต่ที่สำคัญสามีก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อีก ดังนั้นหากลูกไม่มีเงินกู้ กยศ.ก็จะลำบากอย่างแน่นอน ซึ่งลูกก็กู้ยืมเงิน กยศ.มาตั้งแต่เรียนชั้น ม.4 ทั้งนี้ตนอยากให้ลูกได้เรียนหนังสืออย่างเดียวโดยไม่ต้องดิ้นรนหางานทำระหว่างที่เรียน เพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อการเรียน และอยากให้ลูกได้เรียนอย่างเต็มที่จะได้จบออกมาและมีงานทำโดยเร็ว
“เงินกู้ กยศ.มีความจำเป็นสำหรับครอบครัวเรามาก จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแล เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เกิดผลกระทบกับการศึกษาของเด็ก เพราะเด็กวันนี้ก็คืออนาคตที่สำคัญของชาติ ที่เราจะต้องพัฒนา และส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อให้เด็กนำความรู้ไปพัฒนาประเทศของเราให้ดีต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาเงินกู้ กยศ. ทำให้ครอบครัวของเราไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหาค่าเทอม และค่ากินให้ลูกจากที่ไหน แต่วันนี้หากลูกไม่ได้กู้เงินต่อ หรืออาจจะได้กู้แต่ถูกตัดเงินให้ลดน้อยลง แล้วเราจะทำอย่างไร แต่จากที่ได้พูดคุยกับลูกก็เตรียมหาทางออกไว้แล้ว โดยในช่วงปิดเทอมคงให้ลูกทำงานเก็บเงินไปก่อน เพื่อจะได้นำเงินในส่วนนี้มาชดเชยได้”นางพิทยา กล่าว
สำนักข่าวWiFi Phitsanulok
ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th
เวลาโพส2014-03-03 05:32:12
เวลาโพส2014-03-03 05:32:12











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น