วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

ร้องผู้ตรวจฯ สอบจริยธรรม สปช.ตั้งเครือญาติช่วยงาน - 9Zean.Com - WiFiNews


เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่รัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวกรณีมีสมาชิก สปช.บางส่วน ตั้งเครือญาติ ภรรยา บุตร เข้ามาเป็นเลขานุการ ที่ปรึกษาฯ ว่า ในระเบียบข้อบังคับเป็นระเบียบเดิมที่ใช้กับ ส.ส.และ ส.ว. แม้การทำหน้าที่ของ สปช.จะไม่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมาย แต่ สปช.มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ จึงอนุโลมใช้ข้อบังคับเดิมที่มีอยู่ หาก สปช.เดินไปตามคุณสมบัติ ระเบียบ และกติกาที่กำหนดไว้ ตนก็มองว่าน่าจะถูกต้องแล้ว ส่วนบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่บังเอิญเป็นเครือญาติ เช่น เรื่องเศรษฐกิจ หากเป็นบุตรที่เรียนมาทางด้านนั้นโดยเฉพาะ หากเอามาช่วยงานคงไม่เป็นไร ประเด็นเหล่านี้ เป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัว เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายกันเอาเอง ในส่วนวิป สนช.มีมติให้ลาออกแล้ว เพราะฉะนั้น สปช.ก็คงจะเดินในทำนองเดียวกัน เพราะในเหตุการณ์เดียวกัน ถ้าทำกันคนละอย่างคงอธิบายยาก

วันเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เครือข่ายปกป้องผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของคนไทย นำโดยนายยุทธภัณฑ์ พันธ์สิงสอน เลขาธิการเครือข่ายฯ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบจริยธรรมของสมาชิก สปช. ที่ตั้งสามี ภรรยา บุตร และเครือญาติ เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาฯ เลขานุการ เพื่อช่วยงาน โดยเห็นว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้มีการแต่งตั้งจากผู้สมัคร ที่เป็นสมาชิก สปช.เป็นลำดับแรกให้มาดำรงตำแหน่ง รวมทั้งเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนและเข้าข่ายต้องห้ามตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 และประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ. 2553

นายยุทธภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีอาญาและแพ่ง ตลอดจนให้ต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงสำหรับผู้ที่ยังรับราชการ โดยเฉพาะขอให้มีการคืนเงินและปลดออกจากตำแหน่ง รวมทั้งตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายขอให้ ผู้ตรวจฯ ส่งเรื่องดังกล่าวให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อถอดถอน และส่งต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาต่อไป

ด้านนายรักษเกชา กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ผู้ตรวจฯ พิจารณากฎหมายและข้อเท็จจริง หากเข้าข่ายกระทำความผิดแต่ไม่ร้ายแรง ก็ส่งเรื่องไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หากกระทำความผิดร้ายแรง ก็จะส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป ส่วนที่ระบุว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. นั้นต้องไปดูในรายละเอียดเพื่อเทียบเคียงกับระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557 และคำสั่งของ คสช. ด้วย.

9Zean.Com - WiFiNews



ขอบคุณที่มาของข่าวโดยdailynews.co.th


เวลาโพส2015-03-07 08:00:04

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น